TRAVEL STYLE
เรารู้ว่าคุณชอบท่องเที่ยว แต่ ณ ขณะนี้ คุณชอบท่องเที่ยวสไตล์ไหน
มัลดีฟส์ ไปทำไมอะ
Dec 19, 2019 BY Jackpot

     “มัลดีฟส์ ไปทำไมอะ?” ได้รับคำถามนี้มา ตอนนั้นในใจก็คิดว่า ก็ไปเที่ยวสิ (ถามได้) แต่ก็ไม่ได้สนใจ… พอดีมีรุ่นพี่ชวนไป เราก็เฮฮา ไปๆ แต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเพราะเคยไปมาแล้วหลายรอบ แต่ละรอบก็สลับไปเกาะนั้นเกาะนี้ ต้องบอกก่อนว่ารีสอร์ทที่มัลดีฟส์ โดยทั่วไปจะเป็นเกาะส่วนตัวของแต่ละรีสอร์ทเอง แต่ละที่ก็จะมี จุดเด่นที่ต่างกัน แต่ครั้งนี้มีโอกาสได้ไปพักรีสอร์ทระดับ 5 ดาว ชื่อว่า “GILI LANKANFUSHI MALDIVES” ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นรีสอร์ทที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในมัลดีฟส์ อยู่ในเครือโรงแรมยักษ์ใหญ่ระดับโลกของสิงคโปร์



วิธีการจองห้องพัก

     ให้เพื่อนจอง… แต่หากใครขยันก็สามารถเข้าไปหน้าเว็บไซต์ของรีสอร์ทเองได้ (www.gili-lankanfushi.com) หรือเสิร์ชชื่อได้เลยในอากู๋มีทุกสรรพสิ่ง เลือกแพ็คเกจต่างๆให้เหมาะสมกับ Budget ของเรา โดยราคาห้องพักต่อคืนจะเริ่มต้นที่ 30,000 บาท โดยประมาณ แล้วแต่ช่วงที่ไปนะจ๊ะ


การเดินทาง

     การเดินทางก็บินจากสุวรรณภูมิไป ใช้บริการสายการบินสีฟ้า (Bangkok Airways) บินเช้า ถึงบ่าย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ก็ถึง หรือใครอยากจะใช้บริการของสายการบินหางแดง (Air Asia) ก็ได้ เวลาไฟล์ทใกล้ ๆ กัน แต่เราเลือกสีฟ้าเพราะบ้านใกล้สุวรรณภูมิ พอถึงมัลดีฟส์ก็มีพนักงานถือป้ายรอ พาไปขึ้นเรือ กระป๋งกระเป๋า เขาไม่ให้เราแตะเลย ยกให้ถือให้ โอ้ย ! สบายดีจัง พอถึงท่าเรือ ก็มี Speed Boat ส่วนตัวมารอรับ

     แค่เห็นเรือแว้บเดียวก็รู้สึกได้ถึงความ Luxury ขึ้นมาเบา ๆ ความตื่นเต้นถูกกระตุกขึ้นมา 1 จุด เมื่อขึ้นเรือมาพนักงานก็เสิร์ฟ เวรกรรม Drink เอ้ย ! Welcome Drink เป็นน้ำตะไคร้ผสมแอปเปิ้ลเขียวผสมสับปะรดและอื่น ๆ ดื่มแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่าดีมาก จากนั้นก็มาขอรองเท้าที่เราใส่พร้อมกับประโยคพูดว่า "No News No Shoes Sir !" เอ๊ะ ! เอาไปทำไม อ๋ออออ เขาอยากให้เราได้สัมผัสถึงธรรมชาติที่แท้ทรู ได้รับ Ground Energy แบบเต็ม ๆ ก็รู้สึกดีไปอีกแบบ Barefoot ไปเลยจ้าทั้งทริป แต่ไม่ต้องกลัวว่ารองเท้าจะหายนะ เพราะเขาจะเก็บใส่ถุงผ้าแล้วเอาไปไว้ที่ห้องพัก หากเราอยากใส่รองเท้า ก็หยิบใส่ได้เลย เขาไม่ว่า


     นั่งเรือ 15 นาที ก็ถึงแล้วววววว จุดแรกที่สังเกต คือ เกาะดูมีความเป็นส่วนตัวสูง คนไม่พลุกพล่าน สะอาดสะอ้าน น้ำทะเลนี่ใส ใสกว่าที่ใดใดในมัลดีฟส์ที่เคยไป (พูดจริงๆนะ) แล้วก็มีพิธีการต้อนรับ บลาๆๆ


     จุดที่สองที่ทำให้รู้สึก ตื่นเต้นขึ้นอีก คือ ที่นี่จะมีบริกรส่วนตัวให้แต่ละห้องเลย (1บริกรต่อ1ห้อง) ให้เรียกเขาว่า Mr.Friday คิดอะไรไม่ออกบอก Mr.Friday ไปเลยจ้า นี่ถ้ามี Mr.Sunday ถึง Saturday ก็คงดี คงเคี้ยวข้าวแล้วกลืนแทนให้ด้วยอะ

     ชุดพนักงานที่นี่จะใส่สีขาวล้วนเลย เหมือนมาบวชพราหมณ์บนเกาะ (หยอก ๆ) เขาบอกว่าแสดงถึงความสะอาดสะอ้าน ซึ่งจริง ดูสะอาดและดูกลมกลืนกับธรรมชาติดี เนื่องจากคอนเซปต์เขาคือ STAY NATURAL อยากให้คุณลูกค้าได้อยู่กับธรรมชาติจริง ๆ งั้นพาคุณลูกค้าไปนอนใต้น้ำที 5555555555555

 


ห้องพัก

     ทั้งเกาะมีทั้งหมด 45 ห้อง ใช่แล้ว 45 ห้องเท่านั้นจ้า เพราะเขาเน้นความ Privacy มาก Security ก็เน้น อิอิ ถึงว่าพอขึ้นเกาะ เอ๊ะ ทำไมโล่ง ๆ ไม่ค่อยมีคน ส่วนห้องพักทั้งหมดจะเป็นวิลล่ากลางน้ำเท่านั้นนะ เราสามารถแยกประเภทห้องพักหลักๆได้ ดังนี้ ประเภทแรก ห้องพักกลางน้ำแบบมีทางเดินเชื่อมจากเกาะ และประเภทที่สอง ห้องพักกลางน้ำแบบกลางน้ำเลยยยยยจริง ๆ จะไปห้องหรอ ? ขึ้นเรือไปจ้า


     โดยห้องพักของเราในทริปนี้จะเป็นเกรดแบบมาตรฐาน กลางน้ำแบบมีทางเดินเชื่อม เป็นเกรดต่ำสุดนั่นแหละ เพราะห้องแพงสุดราคา 800,000 บาท/คืน มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถกันไปเลยจ้า แต่ใช่ว่าห้องพักแบบมาตรฐานจะดูต่ำต้อยนะ เพราะมาตรฐานนี่ คือระดับโลก ของรีสอร์ท 5 ดาว นะจ้ะ!!! อ่ะอวดห้องก่อน

     เข้าห้องปุ๊บ กลิ่นไม้ Teak Wood (ไม้สัก) ตีขึ้นหน้าเลย คือ หอมอ่อน ๆ พร้อมกับลมโชย ๆ โอ้ย ฟิน นาทีนี้เปิดประตูห้องพักมาตื่นเต้นแทบอยากกระโดดลงน้ำสักสิบรอบ ซึ่งตัวห้องพักนี้ได้รับการออกแบบมาตามคอนเซปต์ STAY NATURAL โดยดีไซน์เนอร์ชาวบาหลีผู้เข้าถึงธรรมชาติที่แท้ทรู ห้องพักเรา ถูกแบ่งเป็น 4 โซนหลัก ๆ ดังนี้

1. Living Room 

     พอเปิดประตูมาจะเจอกับ Living Room แบบห้องโถงโล่ง ๆ ให้ลมธรรมชาติพัดไปมาตีหน้า ไม่มีประตูหน้าต่างมาปิดบังให้เสียอรรถรส มีเครื่องทำกาแฟสด ตู้เย็น และอื่น ๆ พร้อมวางแชมเปญต้อนรับสวย ๆ

2. Bathroom 

     จะถูกแบ่งเป็น ห้องแต่งตัว อ่างอาบน้ำ และสุดท้ายห้อง Shower ต้องเดินรันเวย์ข้ามทะเลเข้าไปเพื่ออาบ ใครพักกับเพื่อนล็อกประตูห้องน้ำดี ๆ หละ เพราะห้องShowerไม่มีประตูนะจ้ะ แบบโล่ง ๆ Outdoor หรือหากใครอยากจะลงทะเลจากทางห้องน้ำก็ได้ มีบันไดให้ลงไปอีก เก๋จริง

3. Bedroom 

     ห้องนอน โอ้ว มันดีจย์ ดีจย์ลากเสียงยาว ๆๆๆๆๆๆ มีทุกสิ่งที่ห้องนอนต้องมี จะเปิดแอร์ชิลๆ หรือ เปิดหน้าต่างนอน ให้ลมตีเย็นๆก็ย่อมได้ สบายไปสิบชาติ ความเก๋คือ ทีวี สามารถกดปุ่ม ขึ้นลง เพื่อซ่อนเอาไว้ในตู้ได้ หากวันไหนตื่นมาอยากดูวิวแบบพาโนราม่าจากเตียงเลย ก็กดซ่อนทีวี ทีนี้ก็จะไม่บังสายตาเราแล้วจ้า เห็นทะเลเห็นปลาไปเลยเต็มๆ หรือใครอยากฟังเพลงใน Playlist ของตัวเองก็กดเชื่อม Bluetooth เปิดให้สนั่นวิลล่าไปเลย นอนไปเต้นไป หนุกหนาน


4. Under the star 

     มาที่โซนสุดท้าย คือ โซนRoof Top เรียกชื่อให้เกียรติความเก๋ว่า UNDER THE STAR ซึ่งจะมีเตียงนอนให้นอนชมวิว ดูท้องฟ้าดูดาวยามค่ำคืน จะขอให้ Mr.Friday มาเซตโต๊ะ Dinner ให้สวย ๆ ก็ย่อมได้ ทานอาหารเคล้าแสงดาวและแสงเทียน โอ้ย สุดจะบรรยายจ้า


ต่อไปนี้เราจะมีพูดถึงสิ่งต่าง ๆ ของรีสอร์ทนี้กัน 

1. ห้องอาหาร ถูกแบ่งเป็น 3 ห้องหลัก  

ที่แรก คือ Kashiveli ห้องอาหารสำหรับมื้อเช้า (07.30 – 10.30) และมื้อเย็น (19.30 – 21.30) มี Buffet Line อาหารหลากหลายและรสชาติอร่อย ที่ชอบที่สุดคือ จะมีห้องควบคุมอุณหภูมิสำหรับอาหารที่ต้องการความเย็นเพื่อคงความสดของอาหาร เช่น ซูชิ ช็อกโกแลต แถมมีน้ำผึ้งจากดอกไม้ต่างๆ เป็นสิบ ๆ ชนิดมาให้เลือกทานด้วย ซึ่งทุกเย็นจะมีธีมของอาหารที่ไม่ซ้ำกัน สามารถเช็คข้อมูลผ่านหน้าเว็บได้ แต่ที่แนะนำคือ เวลาไปต้องเลือกไปพักวันอังคารด้วย เพราะว่ามื้อเย็น จะเป็นธีม Asian Street Market รวมอาหารเอเชีย ซึ่งได้รับความนิยมมาก ๆ

     FYI ในช่วงเช้ามีบริการนวด คอบ่าไหล่ให้ฟรี ๆ ด้วยนะ ชมวิวไปนวดไป รับแสงแดดและลมอ่อน ๆ ในยามเช้า ดี ดี ดี 

ที่ที่สอง Over water bar ห้องอาหารสำหรับมื้อเที่ยง (12.00 – 15.00) และมื้อเย็น (19.30 – 21.30) มี Buffet Line หรือจะสั่งแบบตามสั่งก็ได้ เมนูแนะนำก็จะมีให้เลือก 3 เมนู ด้วยกัน

     FYI ห้องอาหารนี้มีบาร์สำหรับสายดื่ม จะปิดก็ต่อเมื่อไม่มีลูกค้าแล้วเท่านั้น ฉะนั้นใครจะนั่งยาวถึงตี 5 หกโมง บาร์ก็พร้อมให้บริการตลอด 

ที่ที่สาม By the sea ห้องอาหารญี่ปุ่น จะมีอาหารญี่ปุ่นแบบทั่วไปและแบบเทปันยากิ หากจะทานต้องจองก่อนด้วยนะ 

2. ซุ้มสำหรับกิจกรรมทางน้ำ คือครบทุกกิจกรรมทางน้ำ จะพายเรือ เล่นเซิฟ หรือไปดำน้ำดูปะการังตั่งต่างได้หมด ที่นี่เขามีการปลูกปะการังเพื่ออนุรักษ์ด้วยนะ ถ้าอยากไปดูก็ได้ เขาพาไป

3. โซนปลูกผักออแกนิก รีสอร์ทที่นี่เสิร์ฟผักออแกนิกที่ปลูกเอง ซึ่งเราสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ ในโซนนั้นจะมี หอคอยให้ขึ้นไปเพื่อชมวิวทั่วทั้งเกาะกันไปเลยจ้า หรือมีอารมณ์อยากจะ Dinner กลางสวนผัก ก็ได้ กดปุ่ม Mr.Friday บนโทรศัพท์ในห้อง แจ้งความต้องการ เดี๋ยวเขาจัดให้

4. อื่นๆ ก็จะมี สนามเทนนิส สระว่ายน้ำ สปา ห้องฟิตเนส โต๊ะพูล สนามเปตอง ห้องชิมไวน์จากทุกมุมโลก (อันนี้ปลื้ม) ร้านขายของฝากหรือจะมาแต่งงานที่นี่ก็ได้ เขามีทีมงานพร้อม ตอนเราไปเจอ งานแต่งพอดี ซึ่งจัดในโซนที่ส่วนตั๊ว ส่วนตัว

ให้คะแนนซะหน่อย เต็ม 5 นะ

1. ห้องพัก 5 คะแนน ห้องพักดีงามพระรามเก้า บวก บวก บวก

2. การบริการ 5 คะแนน พนักงานยิ้มแย้ม ยินดีให้บริการ

3. อาหาร 4.5 คะแนน รสชาติอร่อย กลิ่นเครื่องเทศกำลังดี ไม่ฉุนเลย แต่หักเรื่องการเสิร์ฟช้า

4. กิจกรรมทางน้ำ 3.5 คะแนน ไม่หลากหลายเท่ารีสอร์ทอื่น

5. ความคุ้มค่า 4.5 คะแนน หักค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นจากบางกิจกรรม

     เมื่อจบทริปเราก็มานั่งคิด เออ ที่เขาถามว่า “ไปทำไม” มันเป็นคำถามที่ดีนะ เราว่าการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ มันคือการพาร่างกายและจิตใจของเราไปปลดปล่อยพลังงานด้านลบ รับพลังงานบวกจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นทริปที่สุดประทับใจ กลับมาพร้อมเริ่มงานด้วยความสดชื่นจริง ๆ

ภาพโดย คุณปริญญาและผองเพื่อน 


2565 views

กระทบไหล่คนดัง ระดับโลก ที่มาดามทุสโซ่

สนุกสนานกับประสบการณ์ใหม่ ด้วยเทคนิคอันล้ำสมัย ได้ใกล้ชิด ควงแขน กอด หรือเซลฟี่กับเหล่าดาราศิลปินที่ชื่นชอบทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อบินไปหา เราจัดมาให้คุณได้เจอแล้วที่นี่.... พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง มาดาม ทุสโซ่ กรุงเทพฯ

มัลดีฟส์ไม่เหงา .. ไม่มีเขาก็เที่ยวได้

บินเดี่ยวครั้งแรก .. ที่มัลดีฟส์ ทริปมือลั่นทั้งที่พักทั้งตั๋วเครื่องบิน เลยได้ไปฟินแบบโลนลี่ที่มัลดีฟส์ แต่กลับค้นพบประสบการณ์ที่ช่วยเยียวยาตัวเองทั้งกายและใจ

แพลนเที่ยว ภูฏาน 5 วัน 4 คืน

ประเทศเล็กๆ ในเทือกเขาหิมาลัย สัมผัสวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เสน่ห์มากมายที่น่าค้นหา และแฝงไปด้วยมนต์ขลัง เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ไปแล้วไม่มีวันลืม