TRAVEL STYLE
เรารู้ว่าคุณชอบท่องเที่ยว แต่ ณ ขณะนี้ คุณชอบท่องเที่ยวสไตล์ไหน
เก้าข้ามทะเลสาบไบคาล หนีร้อนไปนอนน้ำแข็ง Lake Baikal
Mar 25, 2019 BY K9 Around The World

รัสเซีย นอกจากที่คนส่วนใหญ่จะไปเที่ยว มอสโคว เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก แล้ว ในอีกฟากนึงยังมีอีกเมืองที่น่าเที่ยวไม่แพ้กัน นั่นก็คือ เมือง IRKUTSK (อ่านว่า อีร์คุตส์) ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในไซบีเรีย มีประชากรมากกว่า 5 แสนคน เป็นเมืองศูนย์กลางวัฒนธรรม อุตสาหกรรมแร่ไมกา การแปรรูปไม้ การผลิตรถยนต์

จุดหมายการเดินทางสู่เมือง IRKUTSK คือทะเลสาบไบคาล หรือ Lake Baikal ทะเลสาบที่จะกลายเป็นน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาว ถ้านึกภาพไม่ออก ลองนึกถึงลานไอซ์สเก็ตขนาดมหึมากลางแจ้ง แม้แต่รถบรรทุกก็ยังสามารถวิ่งผ่านไปได้บนพื้นน้ำแข็ง


ทะเลสาบไบคาล Lake Baikal ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของไซบีเรีย ประเทศรัสเซียเป็นทะเลสาบน้ำจืด ที่ลึกที่สุดในโลก จุดที่ลึกที่สุดมีความลึกกว่า 1,640 เมตร ทะเลสาบไบคาลเกิดจากการที่น้ำเอ่อล้นเข้ามาจนเต็มรอยเปลือกโลกที่แตกเมื่อ 25 ล้านปีที่แล้ว ทะเลสาบมีความยาวประมาณ 650 กิโลเมตร กว้างโดยเฉลี่ย 50 กิโลเมตร มีพื้นที่ 31,722 ตารางกิโลเมตร หรือ 19,826,250 ไร่ และมีปริมาตร 23,615 ลูกบาศก์กิโลเมตร

นอกจากนี้ ทะเลสาบไบคาล ได้ลงทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย ซึ่งมีความสำคัญที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการยุคต่างๆ ของโลก เช่น เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดของการเป็นตัวแทนในวิวัฒนาการสำคัญต่างๆในอดีตของโลก เช่น ยุคสัตว์เลื้อยคลาน ยุคน้ำแข็ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาความหลากหลายทางธรรมชาติบนพื้นโลก เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดในการเป็นตัวแทนของขบวนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทาง ธรณีวิทยาหรือวิวัฒนาการทางชีววิทยา และปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่กำลังเกิดอยู่ เช่น ภูเขาไฟ เกษตรกรรมขั้นบันได เป็นแหล่งที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์หายากหรือสวยงามเป็นพิเศษ เช่น แม่น้ำ น้ำตก ภูเขา เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์และพันธุ์พืชที่หายากหรือที่ตกอยู่ในสภาวะ อันตราย แต่ยังคงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งรวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ของพืชและสัตว์ที่ทั่ว โลกให้ความสนใจด้วย

เริ่มออกเดินทางกรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ โดยสายการบิน S7 ซึ่งเป็นหนึ่งในสายการบินที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย และเป็นสายการบินเดียว ที่บินตรงจากกรุงเทพฯ ไปอีร์คุตส์ ประเทศรัสเซีย มี 1 เที่ยวบินต่อวัน ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชม. ถึงสนามบิน IRKUTSK เป็นสนามบินที่ไม่ใหญ่มาก ถ้ามาช่วงฤดูหนาว ตอนลงเครื่องอาจจะต้องเดินท้าลมหนาวกลางรันเวย์กันซะหน่อย

เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ไกด์ท้องถิ่นของเรา ก็มาต้อนรับและขับรถพาเราไปที่โรงแรมที่ใช้พักในเมือง IRKUTSK ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสนามบิน ถึงโรงแรมที่พักประมาณตี 1 กว่าๆ ก็ขอเวลาพักผ่อนก่อนออกเดินทางเช้าวันรุ่งขึ้น

อ่อ..เราได้ติดต่อกับ Jack ซึ่งเป็นไกด์ท้องถิ่นของที่นี่ มาก่อนเดินทาง เพื่อนัดหมายและหาไกด์ส่วนตัวคอยขับรถพาเราไปเที่ยวตลอดทริปนี้ 


เช้าของวันที่สอง ไกด์ส่วนตัวเรา มารับที่โรงแรม และออกมุ่งหน้าจากเมือง IRKUTSK เพื่อไปทะเลสาบไบคาล ระยะทางประมาณ 300 กม. ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงกว่าๆ ตลอดเส้นทางจะได้เห็นเนินเขาสลับกับทุ่งหญ้า มีหิมะประปราย และฝูงสัตว์น้อยใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นม้า แกะ วัว ให้เราได้เพลิดเพลินระหว่างทาง ไกด์ของเราจะจอดให้แวะตามจุดถ่ายรูปเป็นระยะ

และแล้วก็มาถึงจุดเริ่มต้น ที่เราจะได้สัมผัสกับทะเลสาบใบคาล ซึ่งอยู่ตรงหน้านี้แล้ว....

โดยจะต้องเปลี่ยนยานพาหนะ จากรถยนต์ธรรมดา เป็นรถทหารรัสเซีย เพื่อข้ามทะเลสาบน้ำแข็งไปที่เกาะ Olkhon แค่นึกก็ตื่นเต้นแล้ว ซึ่งไกด์ของเราจะจอดรถทิ้งไว้ที่นี่ เพราะหลังจากวันนี้ เราจะใช้รถทหารรัสเซียเที่ยวระหว่างอยู่บนเกาะและทะเลสาบไบคาล

เมื่อล้อหมุนลงบนพื้นที่กลายเป็นน้ำแข็งไปทั่วผืนน้ำทะเลสาบไบคาล ความหนาวเย็นก็เริ่มมาปะทะมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไงก็สู้ได้ เพราะความสวยงามมันเหมือนภาพที่เราได้เห็นก่อนมาจริงๆ รถได้ขับพาเราตะลุยน้ำแข็งแบบไม่มีอะไรมากีดขวาง นอกจากสายลม และแสงแดดที่มาตกกระทบกับพื้นใสๆ สีฟ้า และศิลปะลวดลายบนพื้นน้ำแข็ง


ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพื่อไปยังเกาะ Olkhon จุดที่พักเกสต์เฮ้าส์ ที่อยู่บริเวณกึ่งกลางระหวางทะเลสาบไบคาล หลังจากเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว ช่วงเย็นไกด์จะพาไปดูวิวพระอาทิตย์ตกกัน การดูพระอาทิตย์ตกที่นี่ ไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายๆ หรือนั่งดูชิลๆ แต่ด้วยอุณหภูมิ -10 องศา มาพร้อมกับลม ก็ต้องยอมทนเพื่อใ้ห้ได้ภาพสวยๆ กลับไป


วันที่สาม เราจะพาไปเที่ยวตอนเหนือของเกาะ Olkhon และทะเลสาบไบคาลกัน เริ่มต้นจากจุดถ่ายรูปสุดฮิต อย่างพื้นน้ำแข็งที่แตกตัวเป็นลวดลายใสเหมือนกระจก กองน้ำแข็งสีฟ้าที่ซ้อนกันเป็นชั้นจากการแข็งตัวของคลื่น และเนินเขาที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งจากพายุหิมะ แต่ที่น่าเสียดายคือถ้ำน้ำแข็ง ที่ไกด์ของเราไม่ให้เข้าไป เพราะกลัวจะเกิดอันตราย เลยได้แต่มองไกลๆ หรือใครจะเช่ารองเท้าสเก็ต หรือขี่จักรยานบนพื้นน้ำแข็งเล่นได้ด้วยนะ

สนุกเต็มอิ่มบนพื้นน้ำแข็งแล้ว ก็เตรียมกลับขึ้นฝั่งเพื่อไปดูวิวมุมสูงกันบ้าง การไปเที่ยวบนเกาะ Olkhon แห่งนี้ นักท่องเที่ยวจะต้องซื้อบัตรเป็นค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานด้วย ระหว่างทางขึ้นตอนเหนือนั้น เส้นทางอาจจะไม่ค่อยดี ขึ้นเนิน ตกหลุมบ้าง แต่ด้วยความชำนาญของคนขับ เค้าจะพาเราลัดเลาะไปได้ในทุกสภาพภูมิประเทศ และจะเป็นคนทำอาหารให้เรากินมื้อเที่ยงระหว่างทางด้วย

จุดเหนือสุดที่เราขึ้นไป จะเห็นพื้นน้ำทะเลสาบในวิวแบบพาโนรามา แต่ละมุมก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกัน ตามที่ธรรมชาติสรรสร้างขึ้นมา เราจะได้เห็นนักท่องเที่ยวที่มาทำกิจกรรมต่างๆ เช่น เล่นไอซ์สเก็ต หรือขบวนคาราวาน ที่เดินทางข้ามทะเลสาบ ซึ่งถ้าใครมีเวลาก็น่าลอง เพราะไกด์เค้าบอกว่า นักท่องเที่ยวที่เดินข้ามทะเลสาบต้องใช้เวลาข้ามวันข้ามคืน และต้องพักแรมอยู่กลางทะเลสาบ หรือถ้าจะเดินทางรอบเกาะก็ต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์

เราใช้เวลาเที่ยวประมาณ 3 ชม. หลังจากพักรับประทานอาหารกลางวันกันบนเขาแล้ว ก็เตรียมตัวกลับ ทีแรกก็สงสัยว่าทำไมถึงต้องรีบกลับ เนื่องจากสภาพอากาศและภูมิประเทศอาจจะส่งผลต่อการขับรถ การเดินทางในช่วงที่ฟ้ายังสว่างจึงปลอดภัยกว่า เพราะยังไงเมื่อมาถึงที่พักแล้ว ก็ยังสามารถออกไปเดินเล่นบริเวณใกล้ๆที่พักได้ แต่ยิ่งใกล้ค่ำอากาศจะยิ่งหนาว ไปนอนเก็บแรงไว้เที่ยวต่อพรุ่งนี้ดีกว่า

วันที่สี่ ลงไปเที่ยวเกาะทางตอนใต้ดูบ้าง ซึ่งโซนนี้วิวอาจจะไม่อลังการเท่าไร แต่ก็มีอะไรให้ทำสนุกๆ โดยเฉพาะการตกปลาน้ำแข็ง เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ได้ลองครั้งแรก ความสวยงามของโซนนี้น่าจะเป็น Bubble Ice พื้นน้ำแข็งที่เป็นฟองอากาศน้อยใหญ่เต็มไปหมด

มื้อเที่ยง เราจะได้ลิ้มลองรสชาติของปลาออมู ที่ขึ้นชื่อของที่นี่ คนขับรถของเราเค้าเตรียมวัตถุดิบมาเรียบร้อยแล้ว ก็ตั้งแคมป์ทำอาหารกินกันบนพื้นน้ำแข็งเลย เพราะถ้านั่งรอตกปลาเอง วันนี้ก็คงไม่ได้กิน เพราะการตกปลาน้ำแข็งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ถ้าไม่ได้เตรียมตัวไปพร้อม

เดินทางลงไปทางใต้กันต่อ ที่ท่าเรือ ทีแรกก็นึกว่าเป็นท่าเรือร้าง แต่เพราะช่วงหน้าหนาวที่ทะเลสาบเป็นน้ำแข็ง เค้าก็จะปิดบริการ เรือก็เหมือนถูกสตาฟไว้ แต่ถ้าเป็นช่วงซัมเมอร์ แถวนี้ก็จะเต็มไปด้วยผู้คนที่สัญจรไปมา


ตกเย็น ยังพอมีเวลาได้ไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกกลางทะเลสาบไบคาล พร้อมกับจิบชาร้อนๆ มองแสงสีทองค่อยๆจางหายไป จนแทบไม่อยากกลับ

ผ่านมาสองวัน หลังจากเที่ยวเกาะเหนือ เกาะใต้ แล้ว ก็ได้ความประทับใจกลับไปไม่น้อย ถึงแม้ว่ายังมีอีกหลายจุด และกิจกรรมอื่นๆ ที่ให้นักท่องเที่ยวได้มาลองทำ เช่นสุนัขลากเลื่อน ไปตามหาแมวน้ำไบคาล แต่ก็ขึ้นอยู่กับเวลาของแต่ละคน

วันที่ห้า ก็บอกอำลา ผืนน้ำ ภูเขา และท้องฟ้าแห่งนี้ เพื่อเดินทางกลับสู่เมือง IRKUTSK ตามเส้นทางเดิม เราจะยังพอมีเวลาอีกครึ่งวันที่จะได้ลองไปเดินเล่นชมเมืองดูบ้าง ความหลากหลายของเชื้อชาติ ทำให้เราได้เห็นถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่เคยได้ไปเที่ยวรัสเซียมาก่อน

ทริปนี้ต้องขอบคุณไกด์ที่ดูแลเป็นอย่างดี ทำให้เหมือนมาเที่ยวเอง แต่ได้เพื่อนใหม่ และความประทับใจกลับไปแบบไม่รู้ลืม


1821 views

Test

Cat

มัลดีฟส์ไม่เหงา .. ไม่มีเขาก็เที่ยวได้

บินเดี่ยวครั้งแรก .. ที่มัลดีฟส์ ทริปมือลั่นทั้งที่พักทั้งตั๋วเครื่องบิน เลยได้ไปฟินแบบโลนลี่ที่มัลดีฟส์ แต่กลับค้นพบประสบการณ์ที่ช่วยเยียวยาตัวเองทั้งกายและใจ

แพลนเที่ยว ภูฏาน 5 วัน 4 คืน

ประเทศเล็กๆ ในเทือกเขาหิมาลัย สัมผัสวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เสน่ห์มากมายที่น่าค้นหา และแฝงไปด้วยมนต์ขลัง เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ไปแล้วไม่มีวันลืม