TRAVEL STYLE
เรารู้ว่าคุณชอบท่องเที่ยว แต่ ณ ขณะนี้ คุณชอบท่องเที่ยวสไตล์ไหน
เที่ยวแบบ Slow life ไปกับเรือ Quantum Of The Seas | Ep. 2
Jan 03, 2020 BY Morin

กลับมาแล้ว!! กับ "เที่ยวแบบ Slow life ไปกับเรือ Quantum of the Seas EP.2"   

สืบเนื่องจาก EP.1 ที่เราลงเมืองเทียนจิน ไปเดินถนนวัฒนธรรม และไหว้ศาลเจ้าแม่ทับทิมกันไปแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไปขึ้นเรือสำราญสุดไฮเทคที่ท่าเรือเทียนจิน ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลาแล้ว ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน

DAY 2 : 19 ก.ค. 62
ท่าเรือเทียนจิน (Tianjin International Cruise Home Port) - ขึ้นเรือ Quantum of the Seas

เมื่อมาถึงท่าเรือเราต้องนำกระเป๋าเดินทางไปวาง ณ จุดวางกระเป๋า (Luggage Drop) โดยต้องติด Tag ที่กระเป๋าเดินทาง ที่เราได้รับมาพร้อมกับตั๋วเรือ ที่ Tag จะระบุชั้น และห้องของเรา เพื่อที่พนักงานจะได้นำกระเป๋าไปส่งได้ถูกต้อง กระเป๋าเดินทางจะถูกส่งไปยังห้องของเราในช่วงบ่ายๆ หรือเย็นๆ ควรเตรียมกระเป๋าใบเล็ก สำหรับใส่ของมีค่าคิดตัว อย่าง พาสปอร์ต กระเป๋าเงิน ยาประจำตัว และของใช้ประจำตัวต่างๆ 

จากนั้นก็ไปต่อคิวเช็คอินทันที ซึ่งคนเยอะมว๊ากๆ ก็จะนานนิดนึง แต่ระวังชาวแทรกด้วยนะ พวกเขาจะแทรกแถวเข้ามาอย่างเนียนๆ อย่าลืมเตรียมเอกสารมาให้ครบนะ (Passport/ตั๋วเรือ SetSail Pass) โดยเราจะต้องถือ SetSail Pass ไว้กับตัว เพื่อถือโชว์ผ่านด่าน Security เข้าไปด้านใน และจะมีการ Scan สัมภาระทุกใบที่เราถือขึ้นเรือ 

พอถึงเคาน์เตอร์เช็คอิน เราต้องยื่น SetSail Pass พร้อมกับ Passport ให้เจ้าหน้าที่ เพื่อเช็คข้อมูล และให้เรากรอกใบตม.ขึ้นเรือ สามารถเข้าเช็คอินพร้อมกันตามรายชื่อที่แจ้งในห้องพักได้ จากนั้นเราจะได้รับบัตร SeaPass มาคนละ 1 ใบ ตามรูปด้านล่างนี้




ผ่านการเช็คอินแล้ว ด่านต่อไปก็คือ ตม. ใช้เวลาพักนึง เนื่องจากคนค่อนข้างเยอะ เมื่อผ่านเรียบร้อย เดินเข้าไปทางขึ้นเรือ จะมีโต๊ะเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะเก็บ Passport ของเราไว้ เราจะได้รับ Passport คืนในวันก่อนจบทริป (ต้องฟังประกาศจากทางเรือว่า สามารถไปรับหนังสือเดินทางคืนได้ตอนไหน เวลาไหน หรือเช็คได้จากคู่มือ Cruise Compass บนเรือ) 

จากนั้นเราก็เดินสวยๆ ขึ้นเรือกันได้เลยจ้า!! ตะ ตะ แต่เดี๋ยวก่อนยังมีด่านอีก!! OMG เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบนเรือจะตรวจเช็ค SeaPass ของเรา แล้วก็ต้องวางกระเป๋าเข้าเครื่องสแกน เพื่อเช็ควัตถุอันตราย และสิ่งต้องห้ามต่างๆ อีก เรียกได้ว่า ความปลอดภัยสูงสุดจริงๆ 

เป็นอันเสร็จพิธี... (เล่นเอาวุ่นพอตัว) เอาเป็นว่ามาทำความรู้จักกับเรือลำนี้กันหน่อยแล้วกัน
เรือสำราญ "Quantum of the Sea" เป็นเรือสัญชาติอเมริกัน ได้รับฉายาว่า เป็นเรือสำราญที่อัจฉริยะที่สุด ของบริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่อย่าง Royal the Caribbean International มาพร้อมห้องพักจำนวน 2,090 ห้อง มีลูกเรือคอยให้บริการถึง 1,500 คน ที่ได้รับฉายาว่าเป็นเรือสำราญที่อัจฉริยะที่สุด ก็เพราะว่า มีเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำกว่าเรือลำอื่นๆ ตัวอย่างเช่น บาร์หุ่นยนต์ กระเช้าชมวิว 300 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล เป็นต้น ซึ่งไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีอีกหลายอย่าง ที่จะทำให้คุณผู้อ่านรู้สึก ว้าว ว้าว ว้าว 


ไปขึ้นเรือกันจ้า...มาก้าวขึ้นไปพร้อมๆ กันเถอะ



เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็ไปที่ห้องพักกันก่อน ห้องพักบนเรือมีหลากหลายชนิดมาก แต่ละชนิด แต่ละโซน ราคาก็ต่างกันไป ซึ่งตัว จขกท. นั้นพักห้อง Interior พัก 2 คน เป็นห้องที่ไม่มีหน้าต่าง เนื่องจากอยู่ด้านในของตัวเรือ แต่มี Visual Balcony ซึ่งเป็นจอทีวีที่ฉายภาพแบบ Realtime ของทะเลด้านนอก เสมือนระเบียงจริงๆ ภายในห้องอาจจะดูแคบไปหน่อย แต่สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องน้ำค่อนข้างแคบ เป็นแบบตู้ฝักบัว โต๊ะเครื่องแป้งมีกระจกกลมบานใหญ่พร้อมไฟ ด้านล่างมีช่องเสียบปลั๊กสองขา ช่องเสียบชาร์จแบบ USB นอกจากนี้ตรงตู้เสื้อผ้ายังมีเซฟสำหรับเก็บของมีค่าด้วย


 




หลังจากเข้าห้องไปเก็บกระเป๋าเป้แล้ว อย่าลืมพกของสำคัญติดตัว (เราใช้กระเป๋าสะพายข้างเล็กๆ) ทางเรือจะมีการเรียก Muster Drill (เราต้องไปตามโซนที่ระบุในบัตร Seapass) เพื่อฟังการสาธิตระบบความปลอดภัย บอกรายละเอียด และขั้นตอนหนีภัยขั้นพื้นฐาน เช่น วิธีใช้เสื้อชูชีพ ทางออกต่างๆ ที่ไปยังแพชูชีพ และเรือลำเล็ก เมื่อฟังการสาธิตจบแล้ว ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัยได้เลย เราก็เดินสำรวจคร่าวๆ ก่อน จะได้รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน ฝูงชนขวักไขว่ Speak กันให้โช้งเช้งๆ อยู่ก็มีอาม่าชาวจีนเดินมารัวจีนใส่ แต่เราไม่เข้าใจ (คงคิดว่าเราเป็นชาวจีนแต้ๆ ด้วยกัน) เลยได้แต่ตอบไปว่า หว่อ ปู้ จือ เต้า...หว่อ ชื่อ ไท้ กั๋ว เหริน (ฉันไม่เข้าใจ...ฉันเป็นคนไทย) พอจะจำได้งูๆ ปลาๆ จากสมัยม.ปลาย แล้วเราก็ยิ้มสยามสวยๆ ให้ไป เดินไปเดินมาสักพัก ก็มาถึงตรงส่วนท้ายเรือของ Deck 16





 เหยยย เจ๋งอ่ะ เจ้าหน้าที่กำลังสาธิตการเล่นเซิร์ฟโต้คลื่นจำลอง อย่างพลิ้ว กิจกรรมตรงนี้เรียกว่า FlowRider ใครไม่มีพื้นฐานก็เล่นได้นะ





เดินขึ้นมาอีกนิดจะเป็นกิจกรรม Ripcord by ifly เป็นเครื่องเล่นสกายไดร์ฟวิ่ง จำลองการลอยตัวบนอากาศ เจ้าหน้าที่สาธิตการเล่นได้เท่มากๆ เราแบบตื่นตาตื่นใจสุดๆ ในขณะที่คนอย่างเราๆ ลมตีหน้า แล้วแก้มเอย ปากเอย หน้าเอยนั้นเกิดการกระเพื่อม โอ้ยย ฮา ขำกลิ้ง เหมือนคลิปน้องหมาพันธุ์ปั๊กยื่นหน้าออกไปนอกรถ แล้วลมตีหน้า ยังไงอย่างงั้นเลย!  อ้อ...ใครไม่มีพื้นฐานก็เล่นได้เช่นกันนะ 




อยากได้รูปสวยๆ วิวดีๆ ต้องมาที่เจ้า North Star อยู่ส่วนของหัวเรือ Deck 16 เป็นแคปซูลแก้วชมวิว สามารถมองเห็นได้ 360 องศาเลยทีเดียว ซึ่งลอยขึ้นไปสู๊งสูง สูงมากๆ แถมมีการยื่นออกไปนอกตัวเรืออีกด้วย ตอนกำลังขึ้นกระเช้าสั่นๆ นิดนึง แต่ก็ไม่ทำให้เราหวั่น เพราะกำลังตะลึงกับวิวท้องทะเล และแสงอาทิตย์ยามเย็นอยู่




อีกกิจกรรมก็คือ ปีนหน้าผาจำลอง หรือ Rock Climbing Wall มีให้เลือกปีนหลายระดับ เพื่อพิชิตระฆังที่อยู่จุดสูงสุดของระดับนั้นๆ เด็กๆ จะชอบมาปีน ทั้งเด็กเล็ก เด็กโต แถมปีนได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ไม่กลัวกันเลย สั่นระฆังกันให้ เก๊งๆๆ คือ เก่งกันมากจริงๆ แบบเรายังอายอ่ะ อยากปรบมือให้เด็กๆ รัวๆ




แต่ละกิจกรรมต้องจองก่อนนะ ผู้คนจะมาเล่นกันเรื่อยๆ แทบจะทุกเวลาเลย ยกเว้นเวลาปิด ตึ่งโป๊ะ!
คำเตือน : ระวังโดนแซงคิว 

จากนั้นเราก็ไปสำรวจโซน Seaplex ซะหน่อย อยู่ท้ายเรือ Deck 15 และ 16 เป็นลานสวนสนุก ลานกีฬาและกิจกรรม ในแต่ละวัน และช่วงเวลาจะมีกิจกรรมไม่เหมือนกัน พื้นที่ใช้สอยสามารถเปลี่ยนแปลงไปตามรูปแบบกิจกรรมได้ เช่น ช่วงบ่ายเป็นสนามการเล่นรถบั๊ม ช่วงเย็นเป็นสนามบาสเก็ตบอล  ณ ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงของกิจกรรมรถบั๊มพอดี เลยจองเล่นซะหน่อย ไม่ได้เล่นมานานมากกก นอกจากนี้ภายในบริเวณ Seaplex นั้นมีโซนกิจกรรมต่างๆ อีกหลากหลาย เช่น โซนโต๊ะปิงปอง โซนเกม X-Box โซน Goaltable หรือ โต๊ะฟุตบอลมือหมุน ใกล้ๆ กัน มีร้าน Seaplex Doghouse ขายฮอตด็อกกับน้ำอัดลมด้วยน้า 




  


หลังจากที่เดินเล่นมาพอหอมปากหอมคอ ก็ได้เวลาไปดินเนอร์ หิวแล้วจ้าาา...

ห้องอาหารที่เราจะไปเป็น 1 ใน 4 ห้องอาหารหลัก 4 ห้อง 4 สไตล์ ที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม พูดง่ายๆ ก็ฟรีนั่นแหล่ะ (เปิดตั้งแต่ประมาณ 17.30 น. - 19.45 น. สามารถมาเข้าคิวต่อแถวเข้าได้เลย ชาวจีนส่วนใหญ่ชอบมาเข้าคิวตั้งแต่ห้องอาหารยังไม่เปิด ก็จะวุ่นๆ หน่อย) ซึ่งจะเสิร์ฟคุณเป็นคอร์สๆ เราสามารถสั่งกี่อย่างก็ได้ในคอร์สนั้นๆ ขอบอกก่อนว่า เมนูอาหารของแต่ละห้องในแต่ละมื้อจะเหมือนกัน ต่างกันแค่การตกแต่งของห้องอาหาร โดยมื้อนี้เราจองห้องที่มีชื่อว่า American Icon Grill (Deck 4) ห้องอาหารสไตล์อเมริกัน ตกแต่งด้วยภาพถ่าย และงานศิลปะของการวันประกาศอิสรภาพของอเมริกา 




 


นี่เป็นรูปเมนูของ Dinner ในค่ำคืนนี้  
คำเตือน : รูปอาหารอาจจะทำร้ายคุณ 
ต้องขออภัยด้วยนะจ๊ะ อิอิ




เราสั่ง Starters เรียกน้ำย่อยมา 3 อย่าง จานแรกคือ แซลมอนกราฟรักซ์ (Salmon Gravlax With Dill Mustard Sauce) แซลมอนรสชาติดี คือสดอ่ะ แล้วก็หมักได้ที่ กลิ่นเหมือนรมควันเลย ฟินมว๊ากกกก ฟินฝุดๆ เข้ากับซอสมาสตาร์ดเปรี้ยวหน่อยๆ สุดๆไปเลย หอมเครื่องเทศด้วย จานเดียวมันคงไม่พอ!


 



เรียกน้ำย่อยจานที่ 2 เป็น สลัดทูน่านิซัวส์...ชัวร์ๆ ไม่มั่วนะ (Salad Niçoise) เนื้อทูน่าอร่อย ออกเค็มๆ หน่อย น้ำสลัดรสชาติออกเปรี้ยวนำ มีผักหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นถั่วแขก มะกอก มันฝรั่ง มะเขือเทศ กินพร้อมๆ กัน รสชาติก็เข้ากันดีทีเดียว


 


และเรียกน้ำย่อยจานที่ 3 คือ เอสคาโก โอ้โห! ตัวมันใหญ่ (Escargots À La Bourguignone) หอยทากอบกับเนยกระเทียม เสิร์ฟมาแบบร้อนๆ หอยทากแกะมาเรียบร้อย ชุ่มฉ่ำอยู่ในซอสเนยกระเทียม รสชาติมันๆ เค็มๆ อร่อยดี กินกับขนมปังจะอร่อยยิ่งขึ้น 



ต่อมาเป็น Main Courses ของเรา...เราเลือก บุยยาเบส ไม่ใช่ บูดาเบส นะจ๊ะ (Bouillabaisse) เป็นซุปทะเลรวมมิตรสุดเข้มข้น มีหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ปลาหมึก กุ้ง และปลา (มาเป็นตัวเลย เนื้อแน่นๆ แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นปลาอะไร) เครื่องให้มาแน่นสุดๆ อ่ะ แถมสดมาก กุ้งกรุบๆ หมึกก็กรุบๆ ใครชอบอาหารทะเลจะต้องฟินแน่นอน ตัวซุปนั้นค่อนข้างครีมมี่ แต่หอมเครื่องเทศ ก็โอเคนะ ถือว่าดีทีเดียว อยากให้กลิ่นลอยออกมาจากรูปถ่ายจังเล๊ยยยย :P


 


และคอร์สสุดท้ายในส่วนของ Desserts เราเลือกเป็น เครม บรูเล่...ที่รัก (Classic Vanilla Crème Brulée) คัสตาร์ดเนื้อเนียนนุ่ม ด้านบนเป็นน้ำตาลที่เบิร์นมากรอบๆ มันช่างหอม...หวาน...มัน จะลงตัวอะไรปานนี้ ยิ่งนำขนมปังกรอบจุ่มลงไปแล้วตักเนื้อคัสตาร์ดขึ้นมาใส่ปาก กร๊อบ! รสชาติสวรรค์ชัดๆ ใครอยากเติมความหวาน ต้องสั่ง!

 

 


จานนี้ลองสั่งมาชิมเพิ่มเติม กับเมนู มูสส์ช็อกโกแลต... ถึง fat ช้านจะทานต่อ (Chocolate Sensation) ลืมถ่ายตอนเต็มๆ ก้อน แอบกินไปนิดนึง ใครเป็นช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ ต้องโดนจริงๆ เพราะมันเข้มข้นมากๆๆ (อยากพิมพ์ 'ๆ' สักล้านตัว) เมนูนี้เป็นของหวาน Signature ของ Royal Caribbean เชียวนะ




พออ่านมาถึงจุดนี้ทุกคนคงจะเห็นว่าเราอินกับอาหารการกินมากกว่าสิ่งอื่นๆ 555 นี่แค่มื้อแรกบนเรือสำราญสุดหรูยังขนาดนี้เลยนะเนี่ย แล้วมื้ออื่นๆ จะขนาดไหนนะ

หลังอิ่มท้องเราก็ไปกันดูโชว์กันหน่อยที่ Royal Theatre (Deck 4,5) ชื่อโชว์ว่า Sequins & Feathers เป็น Showgirl Musical สไตล์ Retro นักแสดงดี ร้องเพลงเพราะ เต้นอย่างพร้อมเพรียง คอสตูมสวย แสง สี เสียง ตระการตา อลังการณ์งานสร้าง ไม่ได้มากันแบบเล่นๆ




 


ฮั่นแหน่ะ! เด็ดไหมๆ นี่แค่เริ่มต้นนะ พึ่งอยู่บนเรือวันแรกยังขนาดนี้ แล้ววันอื่นๆ จะขนาดไหน รอติดตามกันต่อใน EP.3 นะ :D


ขอบคุณภาพเรือสวยๆ จาก : https://www.tripsavvy.com/quantum-of-the-seas-991353


155 views

รีวิวบุฟเฟต์ในเซี่ยงไฮ้ ชื่อก็แปลก จะแหลกล่ายไหม๊

บุฟเฟจ์เซี่ยงไฮ้ อิ่มได้ไม่อั้น เมนูหลากหลาย ทั้งบนบกและในทะเล ยกพลมาพร้อมสรรพในร้านเดียว พนักงานบริการดีและมีกิมมิคอยู่ที่ใช้กระดาษรองบนเตาย่างให้

เที่ยวแบบ Slow life ไปกับเรือ Quantum of the Seas | Ep. 1

การเดินทาง 9 วัน 8 คืน แบบช้าๆ เนิบๆ ฉบับ Morin ในเส้นทางจีน-ญี่ปุ่น ด้วยเรือสำราญสุดไฮเทค "Quantum of the Seas" ของ Royal of The Caribbean

บุกโรงงาน Katsuobuchi ต้นทางความอร่อยของอาหารญี่ปุ่น ที่จังหวัดมิเอะ

Katsuobuchi ปลาโอญี่ปุ่น หนึ่งในตัวแทนความอร่อย และต้นทางความอร่อยของอาหารญี่ปุ่น ที่จังหวัดมิเอะ