TRAVEL STYLE
เรารู้ว่าคุณชอบท่องเที่ยว แต่ ณ ขณะนี้ คุณชอบท่องเที่ยวสไตล์ไหน
เที่ยวแบบ Slow life ไปกับเรือ Quantum Of The Seas | Ep. 3
Jan 20, 2020 BY Morin

กลับมาพับกบ เอ้ย ...พบกับ EP.3 กันแล้วนะ EP. นี้ เราก็จะหนักไปทางด้านอาหารการกินหน่อย เพราะอยู่ชิวๆ บนเรือถึง 2 วัน 2 คืน กว่าจะไปถึงเมืองไมซูรุ (Maizuru) จังหวัดเกียวโต ของประเทศแดนอาทิตย์อุทัย (ถ้านับรวมกับคืนที่เราขึ้นเรือก็นานถึง 3 คืนเชียว!)

เรามาทวนเส้นทางกันหน่อย
Day 1 ดอนเมือง – Tianjin, china (เข้าพักโรงแรม)
Day 2 Tianjin, china - ขึ้นเรือ Quantum of the sea
Day 3 At sea
Day 4 At sea
Day 5 Kyoto (Maizuru), Japan
Day 6 Sakaiminato, Japan
Day 7 Fukuoka, Japan
Day 8 At sea
Day 9 Tianjin, china 

DAY 3 : 20 ก.ค. 62 
ล่องในน่านน้ำสากล

ล่องเรือกันยาวๆ ไปเลย วันนี้ก็จะมีแต่เรื่องกิน เยอะหน่อย มื้อกลางวันนี้เราจะไปฝากท้องกันที่ห้องอาหาร The Grande (Deck 3 : กลางวันเปิดตั้งแต่ประมาณ 11.30 น. - 13.30 น.) เป็นห้องอาหารสไตล์ตะวันตก



จานน้ำย่อยเราเลือกเป็น ซีซ่าสลัดไก่ย่าง (Grilled Chicken Caesar Salad) ผักสดกรอบๆ น้ำสลัดดี ไก่ย่างหอมๆ โรยพาเมซานชีสหน่อย ฟินลืม



จานหลัก เลือกเป็นเมนูข้าว ปลาชุบแป้งทอดราดซอส กินกับข้าวหอมมะลิร้อนๆ ใช้ได้อยู่นะ 



ส่วนของหวานเป็นพุดดิ้งข้าวลิ้นจี่ (Lychee Rice Pudding) คือดี กินเพลินมาก รสชาติหวานมัน หอมมาก ข้าวเหนียวเคี้ยวหนึบๆ



พักสักนิด ขอขั้นด้วยภาพลิฟต์กลางเรือ ซึ่งสูงมาก แถมตกแต่งได้น่ารักมาก เต็มไปด้วยเหล่าฝูงผีเสื้อ



จากนั้นก็...วาร์ปไป Dinner เลยละกัน

มื้อนี้เราไปกันที่ห้องอาหาร Wonderland Imaginative Cuisine (Deck 5 : เปิด 17:30 น. - 21:30 น.) ห้องอาหารตกแต่งในธีม Alice in Wonderland เสมือนเราอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ อลังการณ์ตั้งแต่ทางเข้า มีเก้าอี้ตัวสูงให้ได้ถ่ายรูปกันเก๋ๆ บรรยากาศภายในร้านก็จะดูพิศวง เหมือนอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์เลยแหล่ะ



พนักงานจะนำเมนูกระดาษเปล่าอยู่ในกรอบรูปสีทอง และสีเงิน มาให้เราพร้อมกับพู่กัน 1 ด้าม และน้ำ 1 ถ้วย (สงสัยล่ะสิ ว่าเอามาทำอะไร?) จากนั้นเราต้องทำการร่ายเวทมนต์ โดยการหยิบพู่กันจุ่มน้ำ แล้วค่อยๆ ปาดไปบนกระดาษ ตัวหนังสือจะค่อยๆ ปรากฎ OMG อเมซิ่งงง



เมนูอาหารจัดมาในธีม Sun, Ice, Fire, Water, Earth and Dreams แค่ชื่อก็ฟังดูงง เอ๊ะ จะเป็นอาหารแบบไหนกันนะ อาหารเป็นสไตล์ Post-Modern แต่ละเมนูตกแต่งอย่างปราณีต และมีความครีเอทีฟสุดๆ พนักงานจะเลือกเมนูให้เราเอง ต้องมาลุ้นกันว่าได้อะไร แต่ถ้าไม่กินอะไร หรือแพ้อะไรสามารถแจ้งพนักงานได้เลย

เมนูที่ได้ ชุด Sun เราได้ 2 อย่าง อย่างแรกก็คือ Baby Vetgetables In The Garden หน้าตาของเมนูนี้ถูกตกแต่งมาเป็นสวนเล็กๆ มีพืชหัวต่างๆ อบ เช่น บีทรูท เบบี้แครอท ส่วนที่เป็นดิน และก้อนกรวด ทำมาจากขนมปังพัมเปอร์นิคเคิล (Pumpernickel) ราดด้วยน้ำสลัดเข้มข้น 
รสชาติ : ฟีลเหมือนกินดินจริงๆ แต่มันไม่ได้แย่นะ กรอบๆ กรอบๆ เคี้ยวเพลิน ตัวพืชหัวต่างๆ นี่มีเยอะมาก บางอย่างเราก็ไม่รู้จัก บางชนิดอร่อย บางชนิดออกขมเลย เผลอกินไปมีสะดุ้งเหมือนกัน

 



อย่างที่สองเป็น Tomato Water เสริฟมาเป็นหลอดทดลอง ดูแปลกตา สำหรับเราเห็นครั้งแรกแล้วดูไม่น่ากิน เม็ดกลมๆ สีแดงๆ คือ เม็ดบีดส์พริกไทย (Pepper Spherification) ลอยอยู่ในน้ำมะเขือเทศ โดยปกติน้ำมะเขือเทศจะต้องเป็นสีแดง ตามที่เราคุ้นเคยกัน แต่ที่นี่น้ำเป็นสีใสก็เพราะทางเชฟได้กรองแแก้วกรองอีก จนน้ำสีแดงกลายเป็นสีใสๆ อย่างที่เห็นนี่แหล่ะ 
รสชาติ : ส่วนตัวไม่ชอบกินพวกน้ำมะเขือเทศ เคยรู้สึกว่าไม่ค่อยถูกปาก รสชาติเค็มนิดๆ มีความมันจากวิปครีมหน่อยๆ



ชุด Ice
Crispy Crab Cones เนื้อปู มูสอาโวคาโด โรยด้วยผักชี และใบโอบะ ในโคนกรอบๆ 
รสชาติ : อันนี้ก็อร่อย มันๆ กรอบๆ คือไม่น่าเชื่อว่าแต่ละอย่างจะเข้ากัน



ชุด Fire
อย่างแรก The Bird’s Nest ไข่ไก่รมควันเสริฟพร้อมกับบลูชีส ราดซอส โรยด้วยแป้งเทมปุระกรอบๆ ตอนมาเสริฟจะมีฝาครอบปิดอยู่ พนักงานจะเปิดฝาให้ ควันก็จะคลุ้งออกมา
รสชาติ : ทุกอย่างมันลงตัว มันครบรส เผ็ดนิดๆ ตัวรังนกกรอบ หอม มีกลิ่นรมควันหน่อยๆ กินพร้อมๆ กับไข่ อือหือออ ฟินลืมม



อย่างที่สองเป็น Mad Hatter’s Purple Potted Shrimp กุ้งพันด้วย คาตาฟีพาสต้า (Kataifi) ทอดกรอบ จุ่มอยู่ในถ้วยซอส ที่ทำมาจากพริกสกอต์บอนเนต (scotch bonnet) เสิร์ฟมาในชุดถ้วยจาน ในถ้วยมีซอสแล้วนำกุ้งทอดกรอบไว้ด้านบน
รสชาติ : เมนูนี้คือดีมาก กุ้งตัวใหญ่ เนิ้อกรุบๆ คาตาฟีก็กรอบหอม จุ่มซอสชุ่มๆ แหม มันช่างเข้ากันเสียจริงๆ



ชุด Sea
Liquid Lobster เนื้อลอบสเตอร์ ราดซอสไขกระดูกวัวเข้มข้น โรยด้วยคลาเวียร์ด้านบน เสิร์ฟมาในช้อนสเตนเลสเป็นคำๆ
รสชาติ : กลมกล่อม ละมุนในปาก ครีมมี่ สมูท เข้าปากปุ๊ป ความหอมมันตีขึ้นจมูก คือดี!



ชุด Earth
The Rib “I” Lucious Short Rib เป็นเนื้อส่วนซี่โครงแต่นำกระดูกออกแล้ว จัดจานมาได้เวอร์วัง อลังการณ์มาก
รสชาติ : เนื้อนุ่มมาก นุ่มเหมือนตุ๋นมานาน หั่นมานี่เหมือนเวลาเรากินขาหมูที่ต้มเปื่อยๆ (เห็นงี้กินไม่หมดนะ เนื้อแน่นจริง) กินคู่กับซอส 3 สไตล์ มีซอสไวน์แดง ซอสเลมอนแอปเปิ้ล(ไม่แน่ใจว่าใช่ไหม แต่กลิ่น กับรสชาติมันบ่งบอก) อีกซอสจะเป็นแนวหวานๆ นิด เอาเป็นว่าซอสมันครบรส แล้วก็กินกับมันบด และมะเขือเทศอบ บอกเลยว่า มันบด อร่อยมาก อยากจะกินอีกซักสิบก้อน หอมเนย หอมเหลืองเทศ เนื้อมันละมุน สมูท โอยย เกินบรรยาย


ชุด Dream
ชื่อเมนูว่า Forbidden Apple ลูกแอปเปิ้ลสีแดงสดข้างในเป็นมูสราสเบอรี่ ผิวแอปเปิ้ลเคลือบเเจลาติน ด้านล่างเป็นครัมเบิล ข้างๆ เป็นไอศครีมโยเกิร์ต
รสชาติ : ตัวลูกแอปเปิ้ลเราว่าหวานออกเลี่ยนๆ ไป ไม่ค่อยโดน ส่วนครัมเบิ้ลกับไอศกรีมโยเกิร์ต หอม อร่อยดี

 

The Mystical Mushroom Garden จัดจานมาได้หน้าตาน่ารักยิ่งนัก สีสันสวยงาม จนไม่อยากกิน ตัวเห็ดเป็นเมอร์แรง ก้อนเหลืองๆ นั้นคือ เชอร์เบท
รสชาติ : ขอบอกเลยว่า หวานยิ่งนัก แต่เชอร์เบทนี่ให้ 10 10 10 ไปเลย อร่อยมาก เปรี้ยวอมหวาน สดชื่นที่สุด



ปิดท้ายด้วย เมนูที่ชื่อ The world เป็นช็อคโกแลตโดม ด้านในเป็นมูสช็อคโกแลต Valrhona กานาซเนยถั่ว และไอศครีมคาราเมลเกลือ ตอนมาเสิร์ฟพนักงานจะราดช็อกโกแลตให้เรา เตรียมกล้องไว้ให้ดี Peanut butter ganache, Valrhona chocolate mouse, caramel ice-cream
รสชาติ : ช็อกโกแลตดี แต่ที่ดีกว่าคือไอศครีมอีกแล้ว คือมันดีจริงๆ นะ



สำหรับ Day 3 ก็จบแต่เพียงเท่านี้ ลากันไปด้วยภาพการพับผ้าขนหนูถูกพับเป็นรูปเพรนกวินสุดน่ารัก (ใช่ไหม?) ของคุณพ่อบ้าน (คนดูแลทำความสะอาดห้องเราเป็นผู้ชาย)


DAY 4 : 21 ก.ค. 62
ล่องอยู่ในน่านน้ำสากล

เรายังคงลอยอยู่ในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ เช้านี้เราจะไปห้องอาหาร Winjammer Marketplace (Deck 14 ตรงส่วนท้ายเรือ : เปิดตลอด 24 ชม.) ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ที่ใหญ่ที่สุดของเรือลำนี้ มีที่นั่งรองรับถึง 860 ที่นั่ง (แต่ก็มิอาจทานทนกับเหล่าฝูงชนได้)



ด้วยความหลากหลายของอาหารนานาชนิด แทบจะเลือกกินไม่หมด ภายในห้องอาหารจัดเป็นโซนๆ อย่างชัดเจน มีทั้ง
- โซนขนมปัง
- โซนผลไม้
- โซนเบเกอรี่
- โซนอาหารเช้า (มีทั้งออมเล็ต ไส้กรอก มีข้าวต้มกุ้ยด้วย) 
- โซนสลัด
- โซนอาหารนานาชาติ มีอาหารจีน แม็กซิกัน ฯลฯ
- โซนซุปต่างๆ
- โซนเครื่องดื่ม

ขอบอกก่อนว่า ต้องมาเร็วหน่อย ก่อนที่ชาวจีนจะมา เพราะจะไม่มีที่นั่ง เป็นห้องอาหารที่คนมะรุมมะตุ้ม วุ่นวายพอสมควร เวลาเดินไปตักต้องมอง ซ้าย ขวา หน้า หลัง เผื่อชนใคร เวลาต่อแถวรอตักก็ดูแลตัวเองกันด้วย เพราะอาจจะโดนแทรกได้ตลอดเวลา เช้านี้เราจัดซุปแครอท เติมตั้ง 2 ถ้วย แล้วก็ตักอย่างอื่นมานิดๆ หน่อยๆ จำพวก ไก่ผัดเห็ดแชมปิญองไวท์ซอส เฟรนฟราย ริกาโตนีอบชีส แล้วก็ตอติญ่ากับซอสซาลซ่า และซาวครีม (พอมานึกๆ ดูแล้ว มันไม่มีไรที่เป็นผักเลย บ้าจริง ฮ่าๆๆ) ขอบอกว่า วิวดีมากกกกก ต้องนั่งโต๊ะใกล้หน้าต่าง วันนี้ท้องฟ้าใส น้ำสวยมากเวอร์



หลังจากนั้นก็ไปเดินเล่น เดินย่อยสักพัก วอร์มๆ กันสักหน่อย แล้วไปฟิตเนสกัน ฟิสเนสบนเรือไม่เล็กนะครัช ค่อนข้างกว้างเลยล่ะ อุปกรณ์ก็ครบครัน ออกกำลังไป ชมวิวไปสำราญยิ่งนัก ไม่เชื่อดูได้จากรูป



อ๊ะอ๊ะอ๊ะอา อากาศมันช่างร้อนเหลือเกิน อย่างนี้ต้องซอฟต์ครีมสักโคน สดชื่น!!! ฟรีด้วยนะเออ อยู่โซนใกล้ๆ กับสระว่ายน้ำ Outdoor มีสามรส วานิลลา ช็อคโกแลต แล้วก็สตรอเบอร์รี่

  

4 Hours Later (ผ่านไปไวเหมือนโกหก ฮ่าๆๆ)


Dinner ในวันนี้เรามากันที่ ห้องอาหารหลัก Silk (Deck 4 : เปิด 17.30 น. - 21.00 น.) ห้องอาหารสไตล์เอเชีย ทั้งจีน ไทย อินเดีย ญี่ปุ่น ไม่พูดพร่ำทำเพลง เข้าเรื่องเลยนะ อิอิ




จานน้ำย่อย เราสั่งเป็น แคริฟลอเนียปูหิมะ (Snow Crab California Roll) หน้าตามาแบบ...ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา ร้องไห้แปป เกิดอะไรขึ้นกับแคลิฟอร์เนียโรลของช้านนน 
รสชาติ : พอไปวัดไปวาได้ แต่ก็ไม่สุด เนื้อปูน้อยนิดนึง 



จานหลักเป็นซี่โครงหมูบาร์บีคิว (BBQ Pork) ซี่โครงหมูราดซอสชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟคู่กับมันฝรั่งอบทั้วหัว
รสชาติ : ซี่โครงปรุงสุกได้พอดี ไม่เหนียวเกินไป ซอสรสเข้มข้น มันฝรั่งอบหอมนุ่ม



ของหวานเป็นทาร์ตเลม่อน (Lemon Tart) 
รสชาติ : อร่อยมากกก ครีมเลม่อนรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ทำให้ไม่เลี่ยน ตัวทาร์ตกรอบ หอมเนย



เมื่ออิ่มท้องแล้ว ก็หาอะไรทำสักหน่อย ได้ยินมาว่ามีโชว์ดีๆ ที่ Two70 ชื่อโชว์ว่า Starwater โชว์ดีมาก ไม่ผิดหวังจริงๆ ตื่นเต้นกว่าโชว์ใน Ep.2 อีก (ย้อนกลับไปอ่านได้นะ) เป็นโชว์กายกรรม การแสดง แล้วก็ละครเพลงผสมผสานกัน นักแสดงนักร้องจัดว่า ทำได้เยี่ยมเลยแหล่ะ ที่พิเศษกว่านั้นก็คือ การใช้เทคโนโลยีหลายอย่าง เช่น จอโค้ง (เป็น Backdrop) กว้างกว่า 100 ฟุต สูง 20 ฟุต กับ Roboscreens 6 ตัว ที่ควบคุมจอเล็กๆ 6 จอข้างเวที สลิงห้อยโหนไปมา เวทีเคลื่อนไหวได้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้เหมือนเราทะลุมิติเข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้นจริงๆ ทุกอย่างมันอลังการณ์งานสร้างสุดๆ
 





โชว์ใช้เวลาชมพักใหญ่เลยล่ะ ออกมาก็หิวอีก ก็เลยไปที่ SORRENTO'S (Deck 4) ร้านนี้เด็กๆ ชอบ วัยรุ่นเลิฟ คิดอะไรไม่ออก...มาร้านนี้ได้ มีทั้งของหวาน ของคาว และเครื่องดื่ม พิซซ่าสไตล์อเมริกัน ซึ่งอบใหม่ๆ ออกมาจากเตาตลอดเวลา หน้าพิซซ่าเท่าที่เห็นจะมี หน้าชีสกับเปปเปอร์โรนี หน้าชีสล้วน หน้าฮาวายเอียน หน้าไก่บาร์บีคิว และหน้ามังสวิรัติ ส่วนของหวานเป็นแนวเบเกอรี่อย่าง คุกกี้ช็อคโกแลตชิพ เครื่องดื่มมีทั้งชา กาแฟ นมสด และน้ำส้ม นอกจากนี้ยังมีข้าวต้มกุ้ยอีกด้วย!! กินกับหอมเจียว กระเทียมเจียว ผัดกาดดอง กานาฉ่าย และไก่หยอง อาจเป็นเพราะเส้นทางนี้ผู้เดินทางส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ซึ่งดีมากหากใครเบื่ออาหารตะวันตก ข้าวต้มกุ้ยช่วยได้



ตอนแรกเราคิดว่า "มันก็คงงั้นๆ แหล่ะ" พอลองตักมากิน เห้ยย...มันดีย์ ข้าวต้มยามดึก ร้อนๆ ฟินมากกกกก



ขอพิซซ่าหน้าชีสสักชิ้นหน่อย (หลังจากนั้นอีกหลายชิ้นจ้า) ชีสแน่นมากก ไม่ต้องเรียกร้องขอเพิ่มเลย ถือว่าอร่อยๆ เลยแหล่ะ ด้านหลังเบลอๆ นั่นคือ คุกกี้ช็อคโกแลตชิพ ไม่หวานจัด ขมพอดีๆ อร่อยจ่ะ



อิ่มหน่ำยามค่ำคืนกันไป แล้วก็ไปนอน (น้ำหนักไม่ขึ้นให้มันรู้ไป) ใน EP. หน้า ก็จะมีแต่กิน กิน กิน เอ๊ะ...หรือเราควนจะเปลี่ยนชื่อทริปใหม่เป็นเที่ยวแบบตัวแตกดี 555 แล้วเราก็จะขึ้นฝั่งญี่ปุ่นกันแล้วด้วย รับรองมีของอร่อยๆ มาแนะนำแน่นอนทั้งบนเรือ ทั้งฝั่งญี่ปุ่น อย่าลืมติดตามอ่านกันนะ :)

ขอบคุณภาพเรือสวยๆ จาก : https://www.tripsavvy.com/quantum-of-the-seas-991353

อ่าน "เที่ยวแบบ Slow life ไปกับเรือ Quantum Of The Seas" | Ep. 4 :  กดที่นี่


882 views

เที่ยวแบบ Slow life ไปกับเรือ Quantum Of The Seas | Ep. 5

การเดินทาง 9 วัน 8 คืน แบบช้าๆ เนิบๆ ฉบับ Morin ในเส้นทางจีน-ญี่ปุ่น ด้วยเรือสำราญสุดไฮเทค "Quantum of the Seas" ของ Royal of The Caribbean

เที่ยวแบบ Slow life ไปกับเรือ Quantum Of The Seas | Ep. 4

การเดินทาง 9 วัน 8 คืน แบบช้าๆ เนิบๆ ฉบับ Morin ในเส้นทางจีน-ญี่ปุ่น ด้วยเรือสำราญสุดไฮเทค "Quantum of the Seas" ของ Royal of The Caribbean

เที่ยวแบบ Slow life ไปกับเรือ Quantum Of The Seas | Ep. 2

การเดินทาง 9 วัน 8 คืน แบบช้าๆ เนิบๆ ฉบับ Morin ในเส้นทางจีน-ญี่ปุ่น ด้วยเรือสำราญสุดไฮเทค "Quantum of the Seas" ของ Royal of The Caribbean