TRAVEL STYLE
เรารู้ว่าคุณชอบท่องเที่ยว แต่ ณ ขณะนี้ คุณชอบท่องเที่ยวสไตล์ไหน
เลิฟยู...แดกู
Jan 09, 2020 BY K9 Around The World

ใครว่าเกาหลีใต้ มีแค่โซล หรือ ปูซาน เพราะการได้มาเที่ยวเกาหลีใต้ครั้งนี้ เป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนก็ว่าได้ เพราะหากถามว่า... ถ้าให้ไปเที่ยวเกาหลีใต้อีก จะไปไหนดี และคำตอบก็อยู่ที่นี่ "แดกู" เมืองใหญ่อันดับสามของเกาหลีใต้ รองจาก โซล และปูซาน แต่ก็ยังนึกภาพไม่ออกอยู่ดี ว่า แดกู มันมีอะไรน่าเที่ยว? แต่เอาล่ะ อย่างน้อยก็คงมีให้ตามรอยซีรีส์ มีวิวสวยๆ บ้างแหล่ะ พอได้เริ่มหาข้อมูล เอ่อ.....มันก็สวยแฮะ และช่วงที่ไปเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี อากาศเย็นสบาย ก็ไม่ต้องคิดไรมาก เก็บกระเป๋าพร้อมออกเดินทางได้เลย

ทริปนี้ เราเดินทางจาก กรุงเทพฯ บินตรงสู่ แดกู ด้วยสายการบินราคาประหยัดของเกาหลีใต้ T'Ways Air ใช้เวลา 6 ชม. บินดึก ถึงเช้า แล้วเที่ยวได้เลย

หลังจากที่เครื่องแตะพื้นเมืองแดกู ในใจตอนนั้นคิดอยู่เรื่องเดียว จะผ่าน ตม. มั้ย? แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ไม่น่าจะมีปัญหาไรมาก เข้าเมืองเที่ยวได้อย่างสบายใจ พร้อมสูดอากาศเย็นๆ ให้เต็มปอด และเตรียมร่างกายสู่จุดหมายแรกของทริปนี้ ที่ Mt. Apsan Observatory ห๊ะ....อะไรนะ มาถึงให้ขึ้นเขาเลยเหรอ แต่มันก็ไม่เหนื่อยขนาดนั้น เดินนิดเดียว มี Cable Car ให้บริการ แต่ถ้าใครอยากเดิน Trekking ก็ไม่ว่ากัน ขอเก็บแรงไว้ก่อนดีกว่า

Apsan Observatory เป็นจุดชมวิวเมืองแดกู ที่ทำให้เห็นภาพทั้งเมืองในแบบพาโรนามา เหมือนเมืองที่ถูกล้อมรอบด้วยขุนเขา ระหว่างทางจะได้เห็นสีสันของใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี เขียว เหลือง ส้ม แดง เต็มไปหมด พอขึ้นมาแล้วบอกเลยว่าสวยจริง ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สวยติดอันดับ Landmark ของเมืองแดกูเลยก็ว่าได้ และที่นี่ยังได้เป็นฉากในซีรีส์เรื่อง What's Wrong With Secretary Kim (เลขาคิม) เพราะบรรยากาศเหมาะกับการพาคู่รักมาเที่ยวมากๆ มีให้คล้องกุญแจคู่รักด้วย เราใช้เวลาเดินเที่ยวชิลๆ ประมาณ 1 ชม. ก็กลับลงไปหาอะไรเติมพลังเพื่อเที่ยวต่อ เค้าบอกว่า ที่แดกูมีร้านคาเฟ่เพียบเลย และเป็นถนนแหล่งรวมคาเฟ่มากสุดของเมืองแดกู จนได้ชื่อว่า Apsan Cafe Street

ด้วยความที่คนเมืองแดกู นิยมการดื่มกาแฟกันเป็นอย่างมาก จนมีร้านคาเฟ่เกิดขึ้นมามากมาย และกลายเป็นถนนสายกาแฟ "Apsan Cafe Street" มีร้านกาแฟสไตล์ชิคๆ ในบรรยากาศชิลๆ ตามสองข้างทาง ให้เราได้เลือกนั่งจิบกาแฟ ทานขนมอร่อยๆ ตามใจชอบท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ซึ่งร้านที่เราเลือกมาวันนี้คือ "Minsk"

"Minsk" อ่านว่า "มินสก์" ที่เป็นชื่อเมืองหลวงของเบลารุส ธุรกิจเดิมคือร้านขายเฟอร์นิเจอร์ แต่จุดเด่นคือกาแฟที่ทางร้านเสิร์ฟให้กับลูกค้าที่มาซื้อเฟอร์นิเจอร์ เป็นถูกอกถูกใจ รสชาติดี จนทำให้เกิดไอเดียมาเป็นร้านกาแฟ ซึ่งบรรยากาศของร้านนี้ ยังคงมีกลิ่นอายของความคลาสสิค ด้วยการตกแต่งจากเฟอร์นิเจอร์โบราณ ผสมผสานกับความโมเดิร์นที่เข้ากันอย่างลงตัว มีมุมให้นั่งจิบกาแฟ ทานขนมอร่อยๆ ถ่ายรูปสวยๆ มองออกไป ก็จะได้เห็นวิวภูเขาตั้งตระหง่านอยู่หน้าร้าน

พักผ่อนจิบกาแฟพอเรียกความสดชื่นขึ้นมาได้บ้าง ก่อนพระอาทิตย์ตก เราออกเดินทางไปต่อที่ “มหาวิทยาลัยเค็มยอง” (Keimyung University) เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของเกาหลีใต้ และถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ และซีรีส์หลายเรื่อง เช่น Love Rain และ F4 ในเวอร์ชั่นเกาหลี ด้วยความสวยงามของบรรยากาศภายในมหาวิทยาลัย ที่เต็มไปด้วยความร่มรื่นของต้นไม้น้อยใหญ่ หลากสีสัน และสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก เป็นอีกหนึ่งสถานที่แห่งความโรแมนติกที่ดีเลย แค่ประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยก็อลังการงานสร้างแล้ว

พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยเค็มยองนั้นค่อนข้างกว้างใหญ่มาก ถ้าให้เดินทั้งหมด วันนึงอาจจะไม่เก็บได้ไม่ครบ หรือไม่ก็หลง!! แต่ถ้าเดินเล่นๆ ไปตามทาง ก็คิดว่าพอแล้ว เจอตรงไหนสวยก็หยุดถ่ายรูปตรงนั้น และยิ่งมาช่วงตอนเย็นพระอาทิตย์ใกล้ตก วิวดีมาก แสงสวย ถ่ายรูปตรงไหนก็สวยไปหมด 


ภายในมหาวิทยาลัยเค็มยอง ยังมีสวนและหมู่บ้านโบราณ ที่ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาเรียนรู้วัฒนธรรมอันเก่าแก่ และยังถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์เรื่อง Mr. Sunshine เราจึงขอเลือกที่นี่ เป็นแสงสุดท้ายของวันนี้... ที่แดกู

ผ่านวันแรกที่มาแดกู ก็สร้างความประทับใจได้ไม่น้อย อาจจะยังไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นมาก แต่หลังจากวันนี้ เราจะไปรู้จัก แดกู ให้มากขึ้นกว่าเดิม

วันที่สอง ไปล่องเรือที่ Samunjin Naru เป็นอีกมุมมองของการชมวิวเมืองแดกู บนเรือ Ferry ที่ค่อยๆ แล่นไปตามแม่น้ำ Nakdong ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในเกาหลีใต้  แต่เราไม่ได้ล่องไกลขนาดนั้นนะ แค่ใช้เวลา ไปกลับ ประมาณ 30 นาที

ตกเย็น ก็เปลี่ยนฟิลไปขี่สกู๊ตเตอร์รอบๆ The Arc (Architecture of River Culture) สังเกตุดีๆ ว่าโครงสร้างรูปแบบอาคารจะคล้ายๆเหมือนหินที่ใช้ปากระดอนลงบนผิวน้ำ หรือคล้ายกับปลาที่กระโดดขึ้นมาบนผิวน้ำ นับว่าเป็นอีกหนึ่ง Landmark แห่งใหม่ และเป็นศูนย์แสดงนิทรรศการ จนกลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของขาวเมืองแดกู โดยเราสามารถเช่าจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ ขับไปเที่ยวรอบๆได้

วันที่สาม เราลองเปลี่ยนบรรยากาศเดินเที่ยวรอบๆ เมือง ผ่านจุดสำคัญต่างๆ อย่างเช่น Gyesan Catholic Church โบสถ์ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกที่สำคัญแห่งหนึ่งในแดกู มีการตกแต่งผสมผสานสไตล์เกาหลี และเมื่อข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้ามของโบสถ์ Gyesan ก็จะได้เห็นบันไดประวัติศาสตร์ 3.1 Movement Stairs ที่อยู่ติดกับโบสถ์ The First Presbyterian Church of Daegu หนึ่งในสถานที่ถ่ายทำซีรีส์เรื่อง What’s Wrong With Secretary Kim (เลขาคิม) เป็นอนุสรณ์รำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกาหลีเคลื่อนไหวต่อต้านญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 1919 

แวะพักหาร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ ที่ใครก็ต้องมาเช็คอิน ถ่ายรูป กับ Cafe Romance Papa ด้วยการตกแต่งร้านเป็นเอกลักษณ์ และยังคงความคลาสสิค เข้ากับธรรมชาติ และเมนู Signature ที่กินคู่กับของหวานอร่อยๆ ได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าใครพาแฟนมาเที่ยวแดกู บอกเลยว่าเป็นอีกร้านที่ต้องแวะ

ช่วงนี้ ก็ปล่อยเวลาเพลิดเพลินไปกับการถ่ายรูปตามมุมต่างๆ ของร้าน Cafe Romance Papa กันให้เต็มที่ ถ้ามีเวลาก็ลองเดินหาร้านอื่นๆ ในย่านนี้ มีคาเฟ่น่ารักๆ อีกหลายร้าน

อีกหนึ่งความสนุก และรอยยิ้มของเมืองแดกู ต้องไม่พลาดสวนสนุก E-World ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของ เกาหลีใต้ มีเครื่องเล่นหลากหลาย เหมาะกับทุกวัย มีตั้งแต่เครื่องเล่นเด็กๆ ไปจนถึงเครื่องเล่นสุดท้าทาย ยิ่งใครมาช่วงค่ำก็จะได้เห็นการประดับไฟตามจุดต่างๆ และในสวนสนุก E-World ยังสามารถเที่ยว 83 Tower หรือ หอคอย แห่งแดกู ได้อีกด้วย

เครื่องเล่นที่เสียวสุด ต้องยกให้ Mega Swing 360 ขึ้นไปหมุนกลางอากาศกันแบบ 360 องศา และ Sky Drop ที่ปล่อยจากความสูง 103 เมตร!!

เหนื่อยมาทั้งวัน คืนนี้ขอปิดท้ายฝากท้องไว้กับ ใส้ย่าง หรือ “ก๊บชาง” (Gobchang) เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของเมืองแดกู โดยนำเครื่องในหมูหรือวัว มาหมักกับเครื่องเทศเกาหลีแล้วนำมาย่าง กินแกล้มผักสด ย่านนี้มีชื่อว่า Anjirang-gol เป็นถนนสายไส้ย่างมากมายหลายร้าน หากใครมาถึงแดกูแล้วต้องลองสักมื้อ


อีกเช้า ในวันที่อากาศสดใส เหมาะกับไปรับลมเย็นๆ สัมผัสธรรมชาติที่ทะเลสาบ Suseong Lake เป็นทะเลสาบหลักที่อยู่กลางเมืองแดกู ริมทะเลสาบมีกิจกรรมต่างๆ ทั้งออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน เดินเล่น หรือจะปั่นเรือเป็ดกับคู่รักก็คงฟินน่าดู

ใกล้ทะเลสาบ Suseong Lake มีร้านอาหารตะวันตกสไตล์ฟิวชั่น ชื่อร้านว่า MIES_CONTAINER ด้วยการตกแต่งที่ดึงดูดสายตา ตั้งแต่เห็นจากภายนอก ก็ต้องลองเข้าไปซะหน่อย บรรยากาศภายในร้านมีความเป็นโรงงาน ใช้โทนสีขาวดำ บนโต๊ะอาหารถูกวางด้วยอุปกรณ์การช่างต่างๆ ไว้เป็น Gimmick เก๋ๆ

เมนูที่แนะนำ เป็นพิซซ่า ที่มีความแตกต่างจากพิซซ่าปกติ คือการใช้ช้อนตักกิน และยังมีสลัด ไก่ย่าง มันฝรั่ง ส่วนรสชาติอาหารก็ถือว่าใช้ได้


อีกหนึ่งจุดหมายของวันนี้ กับการออกตามหาความรักผ่านเสียงเพลง ของนักร้องในตำนาน Kim Kwang-Suk Road ถนนสายนักดนตรี “คิม กวาง ซอค” ที่สร้างไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงศิลปินนักร้องแนวโฟล์คร็อค ที่โด่งดังมากของประเทศเกาหลีใต้ในยุค 1980-1990 ซึ่งเค้าเกิดที่เมืองแดกูแห่งนี้ ตลอดเส้นทางความยาว 350 เมตร ถูกตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนัง และเรื่องราวของศิลปิน เหมาะกับคนที่รักในเสียงดนตรี

คืนนี้เราหาของกินกันที่ Seomun Market ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองแดกู และเก่าแก่ที่สุดของเกาหลีใต้เป็นร้อยๆปี มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยโชซอนโน้นเลย มีร้านอาหาร Street Food มากมาย และยังมีเวทีของศิลปินที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาสร้างเสียงเพลงอันไพเราะยามค่ำคืน


และคืนสุดท้ายก่อนกลับ ต้องไม่พลาดภารกิจสำคัญ ใครคิดว่ามาเที่ยวที่แดกู แล้วกลัวว่าจะไม่มีที่ให้ช้อปปิ้ง คุณคิดผิด!! เพราะที่ถนนดงซองโน หรือ Dongseongno Street ในแดกู มีย่านช้อปปิ้งที่ใหญ่มากกว่าเมียงดงที่โซลถึง 5 เท่า แต่คนไม่พลุกพล่าน เหมือนในโซล สามารถเดินกันได้ชิลๆ เลือกช้อปกันได้สบายๆ เปิดตั้งแต่ 10 โมง ไปจนถึง 4 ทุ่ม


จำได้มั้ย? วันแรกที่มาถึงแดกู ก็เริ่มจากการขึ้นเขา Apsan วันนี้เป็นวันสุดท้าย เราก็ได้มาขึ้นเขากันอีกแล้ว ที่ Mt. Palgongsan โดยนั่งกระเช้า ขึ้นไปยอดเขาใช้เวลาไม่นาน นั่งดูวิวเพลินๆ ก็มาถึงสถานีปลายทาง และเดินต่อขึ้นไปยังจุดชมวิว ถ้าใครอยากรู้ว่า หากมาเที่ยวในช่วงฤดูอื่นเป็นยังไง เค้าก็มีการจัดแสดงภาพถ่ายจากช่างภาพที่มาเที่ยวในช่วงฤดูกาลต่างๆ อีกจุดไฮไลท์คือ Wish Rock ที่เค้าเชื่อว่า ถ้าใครมาขอพร แล้วเอาเหรียญแปะไว้ที่หิน แล้วเหรียญไม่หล่นก็จะสมหวัง ว่าแต่มันติดได้ยังไง ต้องลองมาพิสูจน์ด้วยตัวเอง

ก่อนกลับจากทริปนี้ แวะรับบุญกันที่ Donghwasa Temple วัดดงฮวาซา วัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ทางใต้ของภูเขาพัลกงซาน เมืองแดกู สร้างในปี ค.ศ.493 ในสมัยกษัตริย์โซจิ มีพระพุทธรูปหินพระศรีศากยมุนี, อมิตาภะพุทธเจ้า และยัคซายอแรแดพุล (Yaksa-yeoraedaebul) ขนาดใหญ่ มีความสูงถึง 17 เมตร สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจ และได้อนุรักษ์สิ่งที่หลงเหลือจากอดีตอันหลากหลายเช่นเจดีย์หินสามชั้น และแมว...


...... ไม่ใช่ๆ น้องแค่ออกมาต้อนรับนักท่องเที่ยว

ส่งท้ายทริปแดกู กับกิจกรรมสุดคิ้วท์ๆ D.I.Y เมนูไก่ TANG TANG LAND เพราะไก่ทอด ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูขึ้นชื่อของเมืองแดกู ถ้ามีเวลาลองแวะมาทำสนุกๆ แถมยังได้กินไก่ทอดอร่อยๆ อีกด้วย

ทริปนี้ต้องขอขอบคุณ สายการบิน t'way Air และการท่องเที่ยวแดกู ที่ทำให้ได้รู้จัก แดกู มากขึ้น และหวังว่า แดกู จะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักท่องเที่ยว ที่อยู่ในลิสต์ของการมาเที่ยวเกาหลีใต้ เพราะยังมีอีกหลายที่ รอให้นักท่องเที่ยวอย่างเรา เข้าไปสัมผัสในเส้นทางใหม่ๆ จนทำให้ต้องตกหลุมรัก...

เลิฟยู...แดกู


721 views

มัลดีฟส์ ไปทำไมอะ

อยากรู้ก็ตามมาดูสิจ๊ะ

มัลดีฟส์ไม่เหงา .. ไม่มีเขาก็เที่ยวได้

บินเดี่ยวครั้งแรก .. ที่มัลดีฟส์ ทริปมือลั่นทั้งที่พักทั้งตั๋วเครื่องบิน เลยได้ไปฟินแบบโลนลี่ที่มัลดีฟส์ แต่กลับค้นพบประสบการณ์ที่ช่วยเยียวยาตัวเองทั้งกายและใจ

แพลนเที่ยว ภูฏาน 5 วัน 4 คืน

ประเทศเล็กๆ ในเทือกเขาหิมาลัย สัมผัสวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เสน่ห์มากมายที่น่าค้นหา และแฝงไปด้วยมนต์ขลัง เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ไปแล้วไม่มีวันลืม