TRAVEL STYLE
เรารู้ว่าคุณชอบท่องเที่ยว แต่ ณ ขณะนี้ คุณชอบท่องเที่ยวสไตล์ไหน
จากราชาแห่งไข่มุก สู่มงกุฎของจักรพรรดิ์
07/03/2019 BY ADMIN The First Ultimate

      

[Kokichi Mikimoto ผู้เพาะเลี้ยงหอยมุกคนแรกของโลกและผู้ก่อตั้งบริษัท Mikimoto]

     มิเอะ เมืองที่สามารถเพาะเลี้ยงไข่มุกได้เป็นแห่งแรกของโลก โดยใช้วิธีการทางธรรมชาติผสมผสานกับนวัตกรรมที่เกิดจากการลองผิดลองถูก จนกว่าจะได้ "ไข่มุกมิกิโมโต้" ที่ได้รับสมญานามว่าเป็นราชาของไข่มุกและเป็นราชาของอัญมณีแห่งท้องทะเล จากการประกวดสาวงามของเวที Miss Universe ได้นำไข่มุกมิกิโมโต้ กลับมาทำเป็นมงกุฎอีกครั้ง (หลังจากเคยใช้มาแล้วก่อนหน้านี้ในปี ค.ศ. 2002 - 2007 ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีของการประกวด) โดยใช้ไข่มุกอะโกยาขนาดต่าง ๆ ถึง 120 เม็ด มาประดับเป็นมงกุฎ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 250,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 8 ล้านบาทไทย Kokichi Mikimoto ลูกชายคนโตของครอบครัวที่ทำธุรกิจขายก๋วยเตี๋ยวในจังหวัดโทะบะ และออกจากโรงเรียนเมื่ออายุได้ 15 ปี เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัวด้วยการขายผัก ก่อนจะได้เข้าจะได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงหอยไข่มุกที่เบ็นเท็นจิมะ (ฺBentenjima) และกลายเป็นคนที่สามารถเพาะเลี้ยงหอยมุกได้สำเร็จเป็นคนแรกของโลก ในปี ค.ศ. 1893 ก่อนจะกลายเป็น Pearl Island ในปัจจุบัน หลังจากนั้นเขาได้เปิดร้านของตัวเองโดยใช้ชื่อว่า Mikimoto ที่ Ginza ในปี 1899 และจดสิทธิบัตรการเลี้ยงไข่มุกทรงกลมในเวลาต่อมาในปี 1908 โดย Kokichi Mikimoto ได้กล่าวไว้ว่า "ผมต้องการผลิตไข่มุกเพื่อประดับคอผู้หญิงทั้งโลก"

 

 

     อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ ขั้นตอนของการเลี้ยงหอยมุก เนื่องจากไข่มุกตามธรรมชาติมีลักษณะบิดเบี้ยว รูปทรงไม่สวยงามและมีสิ่งแปลกปลอมเจือปนในมุก ทำให้บริษัทมีความตั้งใจที่จะเพาะเลี้ยงจนสำเร็จ การเพาะเลี้ยงไข่มุกจะต้องอาศัย เงือกสาวหรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า อามะ (Ama) ซึ่งเป็นผู้ดูแลหอยมุกตั้งแต่กระบวนการผลิต เริ่มจากการนำหอยอะโกยามาเลี้ยงในตะแกรงตาข่ายที่หย่อนลงไปในใต้ทะเลลึก เพื่อให้ได้หอยที่มีคุณภาพ ความแข็งแรงสมบูรณ์พร้อมที่จะนำมาเพาะเลี้ยงไข่มุก ใช้ระยะเวลาถึง 2 ปี หอยที่ผ่านการคัดเลือกว่ามีความแข็งแรงและเหมาะที่จะเพาะเลี้ยงไข่มุก จะถูกนำขึ้นมาโดยการตัดเนื้อเยื่อของหอย (ที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน) ผสมกับนิวเคลียส ฝังลงไปในเนื้อหอยมุก ในขั้นตอนนี้หากผู้ทำไม่มีความชำนาญ จะทำให้หอยมีเลือดไหลส่งผลให้ไข่มุกที่ได้มีตำหนิและไม่สวยงาม หลังจากนั้นทิ้งไว้ 2 - 3 สัปดาห์ หอยจะสร้างสารเคลือบประมาณ 0.5 - 1 มิลลิเมตร รอบนิวเคลียส จึงนำกลับไปเลี้ยงในทะเลอีกประมาณ 2 ปี การเลี้ยงหอยมุก จะเริ่มเลี้ยงในฤดูหนาว เพราะหอยจะสร้างเยื่อบางๆ หุ้มนิวเคลียส เยื่อบาง ๆ นั้น จะทำให้มุกเนื้อเนียน สวยงาม มากกว่าในฤดูร้อนเพราะหอยจะสร้างเนื้อเยื่อที่หนากว่า หลังจากที่ได้ไข่มุกที่มีรูปร่างรูปทรงตามต้องการ ต้องนำมาขัดให้เกิดความเงางาม โดยไข่มุกที่สามารถใช้งานได้จริงมีเพียงแค่ 10% จากไข่มุกทั้งหมด ก่อนจะทำการคัดแยกสี เพื่อให้สามารถนำไปใช้ทำเป็นเครื่องประดับ ที่มีสีเดียวกันหรือใกล้เคียง จนได้เป็นเครื่องประดับแต่ละชิ้น  โดยอาศัยความชำนาญและเทคนิคที่ได้รับการพัฒนามายาวนาน ทำให้ญี่ปุ่นสามารถผลิตไข่มุกที่มีคุณภาพสูง หากใครที่ชื่นชอบเครื่องประดับสวยงามที่ทำมาจากไข่มุก ที่นี่ก็เปิดพิพิธภัณฑ์ Pearl Museum ที่บอกเล่าเรื่องราวของไข่มุกตั้งแต่การเริ่มต้นผลิต กระบวนการและขั้นตอน กว่าที่เราจะได้หอยมุกแต่ละเม็ดขึ้นมา นอกจากนี้ยังมีไข่มุกที่ใหญ่ที่สุดซึ่งได้มาจากเกาะสมุยของไทย มาเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ด้วย อีกทั้งยังมีไข่มุกจำหน่ายในโซน Pearl Plaza ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับที่มีไข่มุกเป็นส่วนประกอบ สร้อยคอ มงกุฎ เครื่องประดับต่าง ๆ หรือแม้แต่เครื่องสำอางค์ที่มีส่วนผสมของผงไข่มุก ซึ่งจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวในราคาตั้งแต่ 5000 เยนขึ้นไปจนถึงราคาที่แพงหูฉี่ แต่ถ้าเทียบกับขั้นตอนตั้งแต่การผลิต การเลี้ยงดูจนถึงการจัดเก็บที่ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 4 ปี ก็เรียกได้ว่าสมน้ำสมเนื้อ ไม่เช่นนั้นไข่มุกชนิดนี้จะกลายมาเป็นเครื่องประดับบนมงกุฎเหมือนที่พิธีกรหนุ่มของเราสวมอยู่ได้อย่างไร

   


     สำหรับใครสงสัยว่าทำไมถึงเป็นผู้หญิงเท่านั้นที่จะสามารถดำน้ำลงไปเก็บไข่มุก นอกจากความประณีตที่กล่าวไปข้างต้น ยังมีเหตุผลรองรับว่าผิวหนังของผู้หญิงมีชั้นไขมันปกคลุมที่หนากว่า ทนต่อความหนาวเย็นในน้ำได้ดีกว่า และปอดที่สามารถกลั้นอากาศได้ดีกว่าผู้ชาย ในการเก็บหอยมุกแต่ละครั้งจะต้องดำน้ำลงไปตัวเปล่าใช้เวลามากกว่า 2 นาที และดำลงไปลึก 10 - 15 เมตร ผู้หญิงเหล่านี้จึงได้รับฉายาเงือกสาวด้วยสาเหตุที่กล่าวมา เนื่องจากอามะเหล่านี้ไม่สามารถออกทะเลได้ทุกวัน ด้วยสาเหตุทางธรรมชาติ คลื่นลมแรง และกฎของชาวประมงในแถบนั้น พวกเธอเปิดกระท่อมที่เรียกว่า Amagoya ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมวิถีชีวิตพบปะพูดคุย ร้องรำทำเพลง รวมไปถึงดำน้ำลงไปเก็บอาหารทะเลสด ๆ มาทำเป็นอาหาร ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถติดต่อสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ แต่ความตั้งใจในการบริการ พยายามชวนพูดคุยด้วย และขอให้ลงชื่อในสมุดเยี่ยม ก่อนกลับอย่าลืมที่จะถ่ายภาพร่วมกับเหล่าอามะ เพราะตอนนี้ทั้งประเทศเหลืออามะไม่ถึง 1,000 คน สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดชมเรื่องราวต่าง ๆ หรือเรานำมาเสนอในวันนี้ สามารถติดตามดูย้อนหลังได้ทาง Youtube Channel : The First Ultimate เที่ยวสุดโลก ตอน มิเอะ พิธีกรหนุ่มของเรา นิว ชัยพล จะทำหน้าที่พาทุกท่านไปทัวร์ชมมิเอะในมุมที่คุณอาจไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน




 

6990 views

10 สวนสนุกญี่ปุ่นที่ต้องไป !!

เที่ยวสวนสนุก เป็นความฝันอย่างหนึ่งของนักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถเที่ยวได้ทุกเพศทุกวัย ตามสไตล์ของแต่ละแห่งที่แตกต่างกันออกไป เราจะพาไปเที่ยว 10 สวนสนุกเด็ดๆ ของญี่ปุ่น ที่ไปได้ไม่ยาก ว่ามีที่ไหนกันบ้าง

นั่งชินคันเซ็น Mickey แบบคิ้วท์ๆ สู่เกาะคิวชู

ฉลองครบรอบ 90 ปี Mickey Mouse การรถไฟคิวชู หรือ JR Kyushu เปิดตัวการท่องเที่ยวด้วยรถไฟชินคันเซ็นขบวนพิเศษ Go! Waku Waku Trip with MICKEY เริ่มวิ่ง 17 พ.ค. 2019

เที่ยวคิวชู แบบต้องร้อง อู้ว..หูว..

เมืองคิวชู ถือเป็นอีกเมืองทางใต้ของประเทศญี่ปุ่น ที่มีคนนิยมไปเที่ยวมาก รองจาก ฟุกุโอกะ แต่จะเที่ยวยังไงไม่ให้พลาดที่เด็ดๆ จนคุณต้องร้อง อู้ว..หูว.. มาดูว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง