TRAVEL STYLE
เรารู้ว่าคุณชอบท่องเที่ยว แต่ ณ ขณะนี้ คุณชอบท่องเที่ยวสไตล์ไหน
ไหว้พระ ขอพร ตามรอย The First Ultimate
03/31/2021 BY ADMIN

รายการรู้ แฟนคลับรู้ รายการ The First Ultimate เที่ยวสุดโลก สายมู!!  วันนี้เราลิสต์แต่ละสถานที่ที่เคยไปคร่าวๆมารวมไว้ในนี่ทั้งหมดเลยยยยยย

วัดสามพราน จ.นครปฐม

ตึกทรงกลมสีชมพู มีมังกรทะยานฟ้าโอบล้อมรอบตึก โดดเด่นอลังการ ที่วัดสามพราน จ.นครปฐม หรือตอนนี้เป็นที่รู้จัก เรียกกันว่า วัดมังกร นครปฐม ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดดึงดูดของ จ.นครปฐม ที่นักท่องเที่ยวสามารถแวะไปเที่ยวใกล้กรุงเทพฯได้

วัดสามพรานโดดเด่นที่ตึกสีชมพูสูง 17 ชั้น มีมังกรตะกายฟ้าโอบรอบ ที่เท้ามังกร เราสามารถมาขอพรให้ชีวิตรุ่งเรืองในด้านต่างๆ ตามแต่ละเล็บของมังกรได้ และที่พีคคือการเดินขึ้นไปบนยอดตึกค่ะ เพราะเราต้องเดินภายในท้องพญามังกรขึ้นไป ! ไม่ได้เป็นบันไดวน แต่เป็นอุโมงค์ทางลาด ที่อยู่ภายในตัวมังกร อุโมงค์ภายในตัวพญามังกร ที่เป็นทางเดินขึ้นไปสู่ยอดตึก ระยะทางประมาณ 300 เมตร ตลอดทางอุโมงค์มีพัดลมนะคะ ไม่ร้อน และแม่ชีบอกให้ตั้งจิตอธิษฐานตลอดการเดินขึ้นไปค่ะ แต่ทางเดินมังกรนี้เปิดเฉพาะวันพระ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น  ภายในวัดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สักการะมากมาย ออกแบบตกแต่งแต่ละอย่างวิจิตรสวยงาม ทั้ง หลวงพ่อพุทโธภาวนา เป็นพระพุทธรูปปางประธานพรให้โชคลาภ เป็นพระประธานองค์ใหญ่ที่สุด ที่ประดิษฐานอยู่ใกล้กับตึกมังกร 


ภายในวัดยังมี ตุ่มสมบัติพญานาคพ่นน้ำ ซึ่งมีความเชื่อให้โยนเหรียญลงไปเ พื่อให้มีสมบัติมีกินมีใช้ชั่วลูกชั่วหลานค่ะ


นอกจากประติมากรรมที่มีประวัติ ความเชื่อ และตำนาน ปริศนาธรรมต่างๆ รายรอบแล้ว บริเวณวัดแห่งนี้ยังมีความร่มรื่น สงบเงียบ และเป็นวัดที่สอนการปฏิบัติธรรมอีกด้วย จึงมีพุทธศาสนิกชนมานุ่งขาว ห่มขาว ปฏิบัติที่วัดตลอดๆ


วัดแห่งนี้เดิมมีจุดเด่นที่หลายคนรู้อยู่แล้ว คือมีพระประธานองค์เล็กประดิษฐานในพระอุโบสถจำนวนมากถึง 1,250 องค์ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ “หลวงพ่อพุทโธภาวนา” อยู่กลางแจ้ง องค์สีทองอร่ามตา และในบริเวณวัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ตามจุดต่างๆ ให้กราบไหว้ขอพรตามแต่ศรัทธาอีกด้วย เช่น องค์เจ้าแม่กวนอิม เต่ายักษ์ พญานาค เป็นต้น

ที่อยู่ : 92/8 หมู่ 7 ตำบลสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

เปิดให้เข้าชม : 08.00-16.00 น.

เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/watsamphran


วัดพระปฐมเจดีย์

เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร เป็นที่ประดิษฐานองค์พระปฐมเจดีย์ซึ่งถือว่าเป็นพระสถูปเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จังหวัดนครปฐมได้ใช้พระปฐมเจดีย์เป็นตราประจำจังหวัด


พระปฐมเจดีย์ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นองค์ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อพ.ศ. 2396 โดยโปรดเกล้าฯให้สร้างครอบพระเจดีย์องค์เดิมซึ่งเป็นเจดีย์เก่าแก่มีฐานแบบโอคว่ำและมียอดปรางค์อยู่ข้างบน สันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในตอนต้นพุทธศตวรรษที่ 4 เนื่องจากรูปร่างของเจดีย์แบบโอคว่ำ มีลักษณะคล้ายกับสาญจีเจดีย์ในอินเดียซึ่งสร้างสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช


การก่อสร้างเจดีย์ครอบองค์ใหม่เสร็จเรียบร้อยในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อพ.ศ. 2413 รวมเวลาก่อสร้าง 17 ปี พระเจดีย์องค์ใหม่มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงกลม รูประฆังคว่ำแบบลังกา มีความสูงจากพื้นดินถึงยอดมงกุฎ 3 เส้น 1 คืบ 10 นิ้ว (หรือประมาณ 120.5 เมตร) ฐานวัดโดยรอบได้ 5 เส้น 17 วา 3 ศอก (หรือประมาณ 233 เมตร)


ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้ทรงบูรณะวัดพระปฐมเจดีย์ให้สง่างามมากขึ้น และถือว่าวัดพระปฐมเจดีย์เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 6 พระปฐมเจดีย์ เปิดตั้งแต่เวลา 07.00-20.00 น. ค่าเข้าชมชาวต่างประเทศ 40 บาท ประมาณเดือนพฤศจิกายนของทุกปีจะมีงานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานจัดประโยชน์และรักษาองค์พระปฐมเจดีย์ โทร. 0 3424 2143 ภายในวัดพระปฐมเจดีย์ยังมีสิ่งที่น่าสนใจต่างๆให้ชม เช่น พระร่วงโรจนฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปยืนปางประทานอภัย ประดิษฐานในซุ้มวิหารทางทิศเหนือหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยได้พระเศียร พระหัตถ์ และพระบาท มาจากเมืองศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย แล้วโปรดเกล้าฯ ให้ช่างทำรูปปั้นขี้ผึ้งปฏิสังขรณ์ให้บริบูรณ์เต็มองค์ ทำพิธีหล่อที่วัดพระเชตุพนฯ เมื่อพ.ศ. 2456 แล้วอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ในซุ้มวิหารด้านทิศเหนือตรงกับบันไดใหญ่ และพระราชทานนามว่า พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ ธรรมโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร และที่ฐานพระพุทธรูปองค์นี้เป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว


ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 – 20.00 น.

ค่าเข้าชม ชาวไทยฟรี

ชาวต่างชาติคนละ 40 บาท

ที่ตั้ง – ติดต่อ ที่อยู่ : ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม 73000

เบอร์โทรศัพท์ : 0-3424-2143


วัดโสธรวราราม วรวิหาร


วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทรา เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโสธร พระพุทธรูปอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวแปดริ้ว และประชาชนทั่วทุกสารทิศ มาแต่อดีตกาล ตั้งอยู่บนถนนห่างจากตลาดกลางเมืองประมาณ 2 กิโลเมตร วัดนี้แต่เดิมเป็นวัดราษฎร์ สร้างขึ้นตอนปลายของกรุงศรีอยุธยา ตามประวัตินั้นแต่แรก มีชื่อว่า “วัดหงษ์” เพราะมี “เสาหงส์” อยู่ในวัด เป็นเสาสูงมียอดเป็นตัวหงส์อยู่บนปลายเสา ต่อมาหงส์บนยอดเสาหักตกลงมาเหลือแต่เสา และมีผู้เอาธงขึ้นไปแขวนแทน จึงได้ชื่อว่า “วัดเสาธง” ครั้นเมื่อเสาธงหักเป็นสองท่อน จึงเรียกชื่อใหม่ว่า “วัดเสาธงทอน” ส่วนชื่อ “วัดโสธร” อันมีความหมายว่า “บริสุทธิ์” และ “ศักดิ์สิทธิ์” นั้น เรียกตามพระนามของ พระพุทธโสธร หรือหลวงพ่อโสธรซึ่งได้มาประดิษฐานในวัดนี้ ในภายหลังวัดโสธรได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร มีนามว่า "วัดโสธรวรารามวรวิหาร" เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2501


"ลักษณะเด่น" พระอุโบสถศิลปะแบบไทยประยุกต์และร่วมสมัย การแก้บนด้วยไข่ต้มหรือละครรำ


เรื่องเล่าสามพี่น้อง ประวัติเกี่ยวกับหลวงพ่อโสธร มีเรื่องราวที่เล่าขานกันมานาน เริ่มตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มีพระพุทธรูปลอยน้ำมา 3 องค์ ที่แม่น้ำบางปะกง พอมาถึงบริเวณสถานที่แห่งหนึ่ง มีชาวบ้านเห็นพระพุทธรูปลอยน้ำมา จึงช่วยกันอัญเชิญขึ้นมาบนฝั่ง ด้วยการเอาเรือออกไปอัญเชิญช่วยกันยกขึ้นเรือ แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะยกเอาขึ้นมาไม่ไหว จึงเปลี่ยนวิธีการเป็นเอาเชือกเส้นใหญ่ ไปคล้ององค์พระทั้ง 3 องค์อย่างแน่นหนา แล้วช่วยกันชักลากขึ้นมาบนฝั่ง ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจของชาวบ้านในสมัยนั้นเป็นอย่างมาก เพราะทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จ ชาวบ้านพยายามลองอยู่หลายครั้ง หลายวิธีก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเชือกขาดรั้งเอาไว้ไม่อยู่ ประกอบกับ กระแสน้ำเกิดปาฏิหาริย์ปั่นป่วนขึ้นมา เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ทำให้พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์จมหายไป ท่ามกลาง ความเสียดายของผู้คน ซึ่งเห็นเหตุการณ์อย่างชัดเจน ต่างพากันยกมือไหว้ท่วมศีรษะ บางคนก็พูดว่าไม่มีบุญเพียงพอ ที่จะอัญเชิญพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ขึ้นมาได้ ทำให้ผู้คนในสมัยนั้นโจษขานกันต่างๆนานา บ้างก็ว่า เทวดาฟ้าดินไม่โปรด หลวงพ่อก็ไม่ยอมประดิษฐานอยู่บนฝั่ง เรื่องราวโจษขานกันไปมากมายนี้ ทำให้ชาวบ้านพากันเรียกสถานที่ ที่พระพุทธรูปทั้ง3 องค์ มาสำแดงปาฏิหาริย์ลอยวนทวนน้ำไปมาว่า “สามพระทวน” เรียกกันเรื่อยไปนานเข้าก็เพี้ยนกลายเป็น “สัมปทวน” กันไปในที่สุด ตามตำนานเล่าว่าพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ที่ลอยมาในแม่น้ำบางปะกงนั้น องค์หนึ่งลอยไปทางบางพลี ไปผุดขึ้นที่คลองวัดบางพลี ชาวบ้านอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานเอาไว้ที่วัดบางพลีได้โดยง่าย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะพระพุทธรูปองค์นี้ ท่านต้องการจะประดิษฐานอยู่ ณ ที่ตรงนั้นก็เป็นได้ ปัจจุบันคือ หลวงพ่อโต วัดบางพลี สมุทรปราการ อีกองค์หนึ่งลอยไปที่บริเวณบ้านแหลม สมุทรสงคราม ชาวบ้านตีอวนได้องค์พระขึ้นมา แล้วอัญเชิญไปประดิษฐาน ที่วัดบ้านแหลม หรือในปัจจุบันคือวัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือที่รู้จักกันดีคือ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม สมุทรสงคราม และอีกองค์หนึ่งผุดขึ้นมาที่แม่น้ำบางปะกง ที่หน้าวัดเสาธงทอนหรือ “วัดโสธรในปัจจุบัน” พระคู่บ้านคู่เมืองแปดริ้ว หลวงพ่อโสธรเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองแปดริ้ว หรือจังหวัดฉะเชิงเทราโดยแท้จริงตลอดมา หลวงพ่อพุทธโสธร หรือหลวงพ่อโสธร หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง1.48 เมตร เท่าที่มองเห็นองค์หลวงพ่อโสธรอยู่ในปัจจุบันนี้

ที่อยู่ : 134 ถนนเทพคุณากร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา

เบอร์ติดต่อ : 038-511048

เวลา : เปิดทำการทุกวัน เวลา 07.00 – 17.00 น.


อุทยานพระพิฆเนศ คลองเขื่อน 

พระพิฆเนศ ปางยืน องค์ใหญ่ที่สุดในโลก รุ่นเนื้อสำริด สำเร็จ สมปรารถนา พระพิฆเนศองค์นี้มีชื่อเรียกว่า “พระพิฆเนศปางยืน องค์สำริด สำเร็จ สมปรารถนา” สำหรับวัตถุประสงค์ในการสร้าง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา และของประเทศไทย อีกทั้งยังส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ การขายพืชผล ก่อให้เกิดการสร้างงานในท้องถิ่น และเป็นอนุสรณ์สถานที่ทรงคุณค่าชั่วลูกชั่วหลานสืบไป นับได้ว่าเป็นองค์พระพิฆเนศที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดสูงถึง 39 เมตร เนื้อองค์ทำจากสำริด (ประกอบด้วย ซิลิคอน, แมงกานีส, นิเกิล, เหล็ก, ดีบุก, ตะกั่ว, สังกะสี, ทองแดง) พระหัตถ์ทั้ง 4 นั้นถือ ดอกบัว, มะม่วง, กล้วย, อ้อย และขนุน และที่พระบาทมีหนูกอดลูกมะพร้าว ซึ่งมีความหมาย คือ ความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน พระพิฆเนศปางสำริด สำเร็จสมปรารถนานี้จะประดิษฐาน ณ ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา


ประติมากรผู้ปั้น คือ นายพิทักษ์ เฉลิมเล่า ข้าราชการกรมศิลปากร ผู้มีผลงานอาทิเช่น การซ่อมแซมพระพรหมเอราวัณ งานประติมากรรม นารายณ์กวนเกษรียรสมุทร ที่สนามบินสุวรรณภูมิ สำหรับผลงานประติมากรรมพระพิฆเนศร์องค์นี้มีองค์ประกอบที่โดดเด่น คือ พระหัตถ์ 4 ถือพืชพรรณธัญญาหาร ดังนี้ 1.กล้วย 2.ยอดอ้อย 3.ขนุน 4.มะม่วง และเป็นผลงานประติมากรรมเพียงองค์เดียวจากนับร้อยองค์ที่ส่งเข้าประกวดที่มีผลไม้ต่างๆ ถืออยู่ครบทุกหัตถ์ และนับเป็นความลงตัวอย่างที่สุด ที่คณะกรรมการสมาคมชาวฉะเชิงเทรา ได้พระพิฆเนศองค์นี้มาเป็นต้นแบบ และสถานที่ประดิษฐานนั้นยังเป็นพื้นที่ ที่อุดมไปด้วยพืชผักผลไม้ที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะเป็นแหล่งมะม่วงที่ดีที่สุดของประเทศไทย องค์พระพิฆเนศปางยืน เนื้อสำริดนี้ จะตั้งเด่นตระหง่านอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง บริเวณ อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา ภายในเทวสถานอุทยานฯ แห่งนี้ มีการก่อสร้างสิ่งสักการะอีกหลายอย่าง เพื่อให้ประชาชนที่นับถือมากราบไหว้ เพื่อเป็นที่พึ่งพิงทางใจ


ที่ขาดไม่ได้คือ รูปปั้นหนู เพราะตามความเชื่อ หนูคือบริวารผู้รับใช้ส่งสารแก่พระพิฆเนศ

เมื่อเดินมาถึงฐานพระพิฆเนศ จะมีที่ให้จุดธูปเทียน เพื่อสักการะกราบไหว้ และ ณ จุดนี้เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไป จะพบกับองค์พระพิฆเนศ ยืนตระหง่านสูง ดูน่าเลื่อมใสยิ่งนัก


โดยวิธีการหล่อชิ้นส่วนองค์พระพิฆเนศ จำนวนทั้งหมด 854 ชิ้นนั้น นำมาประกอบกัน โดยผ่านการประกอบพิธีกรรมที่ถูกต้องตามขบวนการและฤกษ์มงคลค่ะ ใช้เวลาก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551-2555 จึงเสร็จสมบูรณ์ค่ะ มีความเชื่อกันอีกว่า ใครที่ได้มาไหว้ ขอพรพระพิฆเนศ ปางยืนนี้ จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ และสมปรารถนาค่ะ

เปิดทุกวัน ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00น.

โทรติดต่อ  064 552 4292


วัดพระพุทธบาทสี่รอย

วัดที่เป็น Unseen ใน จ.เชียงใหม่ ที่มีความสวยงาม และมีสิ่งอัศจรรย์ คือรอยพระพุทธบาททั้งสี่รอยที่ประดิษฐานบนแท่นหินท่ามกลางป่าเขาบนดอยสูง เป็นวัดที่ห้ามพลาดจริงๆเมื่อมาอ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ แห่งนี้ วัดนั้นคือ วัดพระพุทธบาทสี่รอย


วัดพระพุทธบาที่รอยนั้นมีรอยพระพุทธบาทประทับซ้อนกันถึงสี่รอยคือพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ในภัทรกัลป์นี้

1. รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้ากกุสันธะ รอยแรกเป็นรอยใหญ่ มีขนาด12 ศอก

2. รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าโกนาคมนะ เป็นรอยที่ ขนาดยาว 9 ศอก

3. รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้ากัสสปะเป็นรอยที่ 3 ขนาดยาว 7 ศอก

4. รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าโคตะมะ ( ศาสนาปัจจุบัน ) เป็นรอยที่ 4 รอยเล็กที่สุด มีขนาดยาว 4 ศอก



อุโบสถของวัดพระพุทธบาทสี่รอยนี้ เป็นอุโบสถที่มีพุทธศิลป์งดงามมาก มีลวดลายแบบล้านนาอยู่ทุกๆจุดของโบสถ์ทั้งด้านนอกและด้านใน ภายในอุโบสก็มีภาพจิตรกรรมเป็นรูปพระภิกษุผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ หลายองค์ให้เราชื่นชมและกราบบูชา รอบๆอุโบสถนี้มีลูกนิมิตรให้เราได้ปิดทองด้วย เดินปิดทองไป ชื่นชมบรรยากาศไปสุขใจมากๆครับ


เส้นทางมาวัดพระพุทธบาทสี่รอย เป็นเส้นทางในป่าเขา มีขึ้นลงบางจุดแคบและคดเคี้ยว คนเชียงใหม่ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดอาจจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษครับ ในอดีตเส้นทางนี้เป็นเส้นทางนำทัพของสมเด็จพระเนศวรมหาราช พระเจ้าตากสินมหาราช กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และเป็นเส้นทางธุดงค์ของอริยสงฆ์ หลวงพ่ออุตตมะ หลวงปู่ตื้อ วัดป่าอรัญญวิเวก หลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล่อง เดินเท้าขึ้นเขา ทำให้วัดพระพุทธบาทสี่รอยนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก

ที่ตั้ง: พระพุทธบาทสี่รอย ต.สะลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

โทร: 0 5324 8604, 0 5324 8607


พุทธสถานจีเต็กลิ้ม

จี เต็ก ลิ้ม ชื่อตามแบบภาษาจีนแต้จิ๋ว มีความหมายว่า เป็นที่ปฏิบัติ หรือ บำเพ็ญพจน์ขององค์กวนอิมโพธิสัตว์ อีกความหมายหนึ่งคือ อุทยานไผ่ม่วง พุทธสถานแห่งนี้ได้สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมจีน และตามความคติความเชื่อของมหายานโดยใช้หลักฮวงจุ้ย เมื่อมาแล้วต้องไหว้ 10 จุดมงคล เสริมดวงชะตาให้ชีวิต


จุดที่ 1 ไหว้เสาทีกง และแป๊ะกงเจ้าที่



จุดที่ 2 ไหว้พระประธาน หลวงพ่อสำเร็จ


จุดที่ 3 ไหว้พระพิฆเนศวร


จุดที่ 4 ไหว้ลานฟ้าดิน หยิน-หยาง


จุดที่ 5 เทพเจ้ากวนอู


จุดที่ 6 วิหารนพเคราะห์


จุดที่ 7 พระโพธิสัตว์กวนอิมไม้จันทร์หอม


จุดที่ 8 วิหารซำปอกง

ประดิฐสถานเหล่าเทพหลายองค์อยู่ที่นี่สามารถขอพรกันได้ตามศัทธาเลยครับ






จุดที่ 9 ไฉ่ชิ้งเอี๊ย องค์หยก



จุดที่ 10 มหาวิหารอุทยานแห่งโชคลาภ




ที่ตั้ง : บ้านบางหอย ตำบลศรีจุฬา จ.นครนายก

พิกัด : https://goo.gl/maps/v2xwfYCvLXAAFfXk7

โทร: 081 815 1745

เปิดทุกวัน: 08.00 - 17.00 น.

วัดมณีวงศ์

โดดเด่นด้วยความมีชื่อเสียงของถ้ำพญานาค ที่มีความงดงาม​ตระการตาเหมือนหลุดเข้าไปในเมืองบาดาล​มีองค์พญานาคที่มีความอ่อนช้อยงดงาม อลังการงานสร้าง ศิลปะที่อ่อนช้อยงดงามและแปลกตา ภายในวัดยังมีพุทธศิลป์ที่สวยงามควรค่าแก่การมาเยี่ยมชม นอกจากจะได้มาเยี่ยมชมความงดงามต่าง ๆ มากมายแล้ว สามารถมากราบไหว้ขอพรเสริมสิริมงคลให้กับตัวเราเองและครอบครัวอีกด้วย






ด้านในสวยงามมาก พญานาคทุกตนทำด้วยความปราณีต

ช่วงนี้สถานการณ์โควิด19 ทางวัดจำกัดจำนวนผู้เข้าชมถ้ำพญานาคต่อวัน ดังนั้นใครจะไปเข้าชมต้องโทรสอบถามทางวัดก่อนนะครับ

ที่อยู่: วัดมณีวงศ์ ถนนนครนายก-บ้านสร้าง ตำบลดงละคร อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

พิกัด: https://goo.gl/maps/oE99Gejwi494efseA

โทร: 095 231 3560

เปิดปิดเวลา 07.00 - 17.00 น.


256 views

9 ที่ ต้องมา! ในมหานครเซี่ยงไฮ้

ใครที่เพิ่งเริ่มต้นเที่ยวจีน ถ้ายังไม่รู้ว่าจะไปเริ่มที่ไหน ขอแนะนำเป็น เซี่ยงไฮ้ เพราะเป็นมหานครที่เจริญที่สุดของจีน เดินทางสะดวก มีระบบขนส่งทั่วเมือง และมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายสไตล์

นัต ตำนาน ความเชื่อและความศรัธทา

ความเชื่อและความศรัทธา เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับชาวพุทธมาเนิ่นนาน ไม่เว้นแม้แต่ประเทศพม่า ก็มีสิ่งศักดิ์ที่เคารพ สักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง

โสดขาไป แต่ต้องได้ขากลับ .. ไหว้พระ 5 วัดที่ฮ่องกง

เป็นโสดทำไม .. อยู่ไปให้เศร้าเหงาทรวง หากคอดจะหาคู่ควง แต่ไม่มีดวงทางด้านนี้ เราขอเสนอ 5 สถานที่ไหว้พระ ขอพรด้านความรักที่การันตีเรื่องความสมหวัง 99% ไม่แน่คุณอาจจะเป็น 1% ที่เหลือ ไม่สิ เราต้องได้ อาจจะโสดขาไป แต่ต้องได้ขากลับ ไม่ใช่เนื้อคู่ แต่เป็นของฝา