TRAVEL STYLE
เรารู้ว่าคุณชอบท่องเที่ยว แต่ ณ ขณะนี้ คุณชอบท่องเที่ยวสไตล์ไหน
นางสงกรานต์ 2564
04/04/2021 BY ADMIN

นางสงกรานต์ เป็นคติความเชื่ออยู่ในตำนานสงกรานต์ อันเป็นเรื่องเล่าถึงความเป็นมาของประเพณีดังกล่าว เป็นอุบายเพื่อให้คนโบราณได้รู้ว่าวัน มหาสงกรานต์ คือ วันที่พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ ซึ่งสมัยนั้นถือเป็นการเถลิงศกใหม่ หรือวันขึ้นปีใหม่ตามสุริยคติตรงกับวันใด โดยสมมุติผ่านนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดเทียบกับแต่ละวันในสัปดาห์ ปีไหนตรงกับวันใดนางสงกรานต์ที่มีชื่อสมมุติเข้ากับวันนั้นๆก็จะเป็น ผู้อัญเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมออกแห่ไปสรงน้ำ ซึ่งนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดนี้ เป็นเทพธิดาลูกสาวท้าวกบิลพรหม และเป็นบาทบริจาริกาของพระอินทร์


ตำนาน

ตามเรื่องเล่าบนจารึกวัดพระเชตุพนฯ กล่าวไว้ว่า นางสงกรานต์ทั้ง 7 องค์ ก็คือธิดาของ “ท้าวกบิลพรหม” ครั้งหนึ่งพระองค์ได้ลงไปท้าทาย “ธรรมบาลกุมาร” ผู้ที่เก่งกล้าให้เล่นเกมทายคำถาม 3 ข้อกับพระองค์ แล้วถ้าเขาตอบได้พระองค์จะยอมตัดพระเศียรบูชา ในทางกลับกันถ้าตอบไม่ได้เขาก็ต้องตัดศีรษะให้พระองค์เช่นกัน

หลังจากเวลาผ่านไป 6 วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ จนกระทั่งเขาไปได้ยินนกอินทรีย์พูดกัน ท้ายที่สุดเขาจึงตอบคำถามถูกต้อง และท้าวกบิลพรหมจึงต้องยอมตัดเศียรของพระองค์ แต่ทั้งนี้มีปัญหาตรงที่ว่า ถ้าหากพระเศียรของพระองค์ลอยไปตกที่ไหน ที่นั่นก็จะพบเจอกับภัยพิบัติ หากตกลงในโลกจะเกิดไฟไหม้โลกได้

ท้าวกบิลพรหมจึงได้มอบให้ธิดาทั้ง 7 ทำหน้าที่เปลี่ยนเวรกันถือพานที่มีพระเศียร เดินเวียนขวารอบเขาพระสุเมรุเป็นเวลา 60 นาที จากนั้นให้นำพานไปไว้ใน ถ้ำคันธชุลี บนเขาไกรลาศ ซึ่งบนโลกมนุษย์จะเป็นเวลา 365 วันหรือหนึ่งปี เท่ากับการเวียนมาของ “วันมหาสงกรานต์” โดยพอดิบพอดี ดังนั้นทุกปีเมื่อวนกลับมาวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์ทั้ง 7 จึงจะผลัดกันลงมาปรากฏกายและให้พรกับมนุษย์นั่นเอง


นางสงกรานต์ทั้ง 7

จากตำนานเล่าถึงท้าวกบิลพรหมแพ้พนันธรรมบาลกุมาร ต้องตัดเศียรออกบูชาธรรมบาลกุมารตามสัญญาแต่เนื่องจากพระเศียรของพระองค์ตกไปอยู่ที่ใด ก็จะเป็นอันตรายต่อที่นั้นไม่ว่าจะเป็นบนอากาศ บนดินหรือในน้ำ ดังนั้น ธิดาทั้งเจ็ดจึงต้องนำพานมารองรับ และนำไปประดิษฐานไว้ในถ้ำคันธชุลี ณ เขาไกรลาส ครั้นถึงกำหนด ๓๖๕ วัน ซึ่งโลกสมมุติว่าเป็นปีหนึ่งเวียนมาถึงวันมหาสงกรานต์ เทพธิดาทั้งเจ็ดก็จะทรงพาหนะต่างๆ ผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรของบิดาออกแห่ โดยที่เทพธิดาทั้งเจ็ดนี้ปรากฏในวันมหาสงกรานต์เป็นประจำ จึงได้ชื่อว่า “นางสงกรานต์” ส่วนท้าวกบิลพรหมนั้น โดยนัยก็คือ พระอาทิตย์ นั่นเอง เพราะกบิล หมายถึง สีแดง นอกจากตำนานข้างต้น

ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับนางสงกรานต์ที่กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จะขอนำมาเล่าให้ฟังเพิ่มเติมดังนี้

นางสงกรานต์ของแต่ละวัน จะมีนาม อาหาร อาวุธ และสัตว์ที่เป็นพาหนะ ต่างๆ กันดังต่อไปนี้

วันอาทิตย์ ชื่อ ทุงษ ทัดดอกทับทิม เครื่องประดับปัทมราค ภักษาหารผลมะเดื่อ อาวุธขวาจักร ซ้ายสังข์ พาหนะครุฑ

วันจันทร์ ชื่อ โคราค ทัดดอกปีบ เครื่องประดับมุกดา ภักษาหารน้ำมัน อาวุธขวาพระขรรค์ ซ้ายไม้เท้า พาหนะเสือ

วันอังคาร ชื่อ รากษส ทัดดอกบัวหลวง เครื่องประดับโมรา ภักษาหารโลหิต อาวุธขวา ตรีศูล ซ้ายธนู พาหนะสุกร

วันพุธ ชื่อ มัณฑา ทัดดอกจำปา เครื่องประดับไพฑูรย์ ภักษาหารนมเนย อาวุธขวาเข็ม ซ้ายไม้เท้า พาหนะลา

วันพฤหัสบดี ชื่อ กิริณี ทัดดอกมณฑา เครื่องประดับมรกต ภักษาหารถั่วงา อาวุธขวาขอ ซ้ายปืน พาหนะช้าง

วันศุกร์ ชื่อ กิมิทา ทัดดอกจงกลนี เครื่องประดับบุษราคัม ภักษาหารกล้วยน้ำว้า อาวุธขวาพระขรรค์ ซ้ายพิณ พาหนะกระบือ

วันเสาร์ ชื่อ มโหทร ทัดดอกสามหาว เครื่องประดับนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย อาวุธขวาจักร ซ้ายตรีศูล พาหนะนกยูง


"นางสงกรานต์" ประจำปี 2564 นั้นมีนามว่า "รากษสเทวี"

ทรงพาหุรัด ทัดดอกบัวหลวง อาภรณ์แก้วโมรา ภักษาหารโลหิต พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูล พระหัตถ์ซ้ายทรงธนูศร เสด็จนอนหลับตา มาเหนือหลังวรวาหะ (สุกร) เป็นพาหนะ

รากษสเทวี เป็นนางสงกรานต์ประจำวันอังคาร มีคำนำนายของปีนี้ว่า จะเกิดอันตรายกลางเมือง จะเกิดเพลิงภัยและโจรผู้ร้าย ผู้คนจะเจ็บไข้นักแลฯ, วันพุธเป็น "วันเนา" ข้าวจะแพง คนทั้งหลายจะได้รับความทุกข์ร้อน แม่หม้ายจะพลัดที่อยู่, วันพฤหัสบดีเป็น "วันเถลิงศก" พ่อค้าพานิชย์ทั้งหลาย อันไปค้าขายในประเทศต่างๆ จะประกอบไปด้วยพัสดุเงินทอง และมีความสุขเป็นอันมากแลฯ, นางสงกรานต์ ไสยาสน์หลับเนตร (นอนหลับตา) 


- เกณฑ์พิรุณศาสตร์ ปีนี้ เสาร์ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 400 ห่า : ตกในเขาจักรวาล 160 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 120 ห่า ตกในมหาสมุทร 80 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 40 ห่า

- เกณฑ์ธาราธิคุณ ปีนี้ตกราศีกรกฏ ชื่ออาโป (ธาตุน้ำ) : ทำนายว่า น้ำมาก น้ำท่วม

- เกณฑ์นาคราชให้น้ำ ปีนี้นาคราชให้น้ำ 6 ตัว : ทำนายว่า ฝนดีตลอดปี

- เกณฑ์ธัญญาหาร ชื่อปาปะ : ข้าวกล้าในไร่นา จะได้ 1 ส่วน เสีย 10 ส่วน คนทั้งหลายจะตกทุกข์ได้ยากลำบากแค้น เพราะกันดารอาหารบ้าง จะฉิบหายเป็นอันมากแลฯ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : http://www.songkran.net

                                                            : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/930143



122 views

เที่ยวเกาะเสม็ด..ไปแล้วทำไมถึงเสร็จทุกราย!?

เคยสงสัยไหมว่า ใครๆก็พูดว่า ไป เสม็ด เสร็จทุกราย และนี่คือเหตุผลส่วนหนึ่งที่จะทำให้คุณเสร็จเสม็ด แต่ถ้าคุณอยากไปลองเอง สุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ แพ็คกระเป๋า แล้วตามมาเที่ยวกันเล้ยยยย

7 ร้านอร่อย ห้ามพลาด!! ย่านราชวัตร

7 ร้านอร่อย ห้ามพลาด!! ย่านราชวัตร รวบรวมมาแบบอร่อยเน้นๆ ทั้งของคาว และหวาน

Procida เกาะสีลูกกวาด

เกาะที่มีบ้านเรือนสีสันสดใสสวยงามจะได้เป็น Capital of Culture หรือเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมอิตาลีในปี 2022